ก่อนที่จะเขียนเนื้อหาเข้าสู่เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปลาหมอสีครอสบรีด
คงเป็นธรรมเนียมไปแล้วล่ะครับ ที่เราจะต้องมาเริ่มต้นทำความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องหลักที่เราจะศึกษากันซะก่อน ในจุดเริ่มต้นเรื่องปลาหมอสีครอสบรีดนี้ เราก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า CROSS BREED คืออะไร????
สำหรับผู้ที่ได้รู้จัก ได้ศึกษาหรือ ได้เลี้ยงปลาหมอสีครอสบรีดมาแล้ว ก็คงไม่ต้อง
อธิบายกันมากนะครับ แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่การเลี้ยงไม่นาน ในขั้นต้นนี้ผมขออธิบายความหมายของมันเพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานของ
ปลาหมอสีครอสบรีดดังนี้ครับ.......
ปลาหมอสีครอสบรีด คือ การนำปลาหมอสีที่ต่างสายพันธุ์กัน เอามาผสมพันธุ์กันโดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดแนวทางในการผสม (ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว...ปลาหมอสีที่ต่างสายพันธุ์กันยากนักที่จะจับคู่ผสมพันธุ์กันเองได้) การที่คนเราจับมันมาผสมพันธุ์แบบข้ามสายพันธุ์ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความแปลกใหม่
สวยงาม กว่าที่เคยมีมา โดยหวังจะนำจุดเด่น(ซึ่งจริง ๆ ควรจะเรียกว่า ลักษณะเด่นที่คนต้องการ)ของปลาหมอสีชนิดหนึ่ง มาผสมผสานเข้ากับจุดเด่นของ
ปลาหมอสีอีกชนิดหนึ่ง เพื่อเป็นการสร้างปลาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีความแปลกตา และมีความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร และเมื่อผสมกันจนได้ลูกปลาแล้ว ลูกปลาที่ได้มาอาจจะมีลักษณะเด่นตรงตามความต้องการที่ผู้เพาะพันธุ์จินตนาการไว้...หรือ...อาจจะไม่ก็ได้ มันก็ไม่แน่เสมอไป-! การครอสบรีดปลา นอกจากจะต้องใช้ประสบการณ์แล้ว ยังต้องเป็นเรื่องที่ต้องใช้จินตนาการเข้าช่วยอีกด้วย เช่น.....
(1) สมมติว่า.... ผู้เพาะพันธุ์ชื่อนายA ต้องการปลาชนิดใหม่ จึงได้ทดลองนำเอาปลาหมอสีเรดเดวิล ซึ่งเป็นปลาที่มีความโหนก ร่างกายใหญ่โต
และมีการลอกสีผิวเป็นโทนสีแดง มาผสมเข้ากับ ปลาหมอสีซินสไปลุ่ม ซึ่งเป็นปลาที่มีลักษณะหน้าสั้น กระโหลกใหญ่ และหัวโหนก โดยคาดหวังไว้ว่าลูกปลาที่ได้จะได้รับลักษณะเด่นมาด้วย คือ ได้ปลาที่มีหัวโหนก กระโหลกใหญ่ มีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่โต และ
มีการลอกสีผิวเป็นสีแดงทั้งตัว แต่เมื่อผสมกันออกมาแล้ว อาจจะทำให้เจ้าของออกอาการ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะ ลูกปลาที่ได้จะมีความหลากหลายมาก ส่วนหนึ่งก็ออกมาใกล้เคียงกับที่ต้องการ(นั่นคือได้ออกมาเป็นRedSynSpilum) แต่อีกส่วนหนึ่งนี่ซิครับ ดันมีร่างกายที่สั้น ๆ กลม ๆ
.....บางตัวก็หน้าหัก ๆ ...แถมบางตัวหนักกว่านั้นอีก คือปากดันจู๋ หุบไม่ลงซะอีกด้วย(และนั่นก็คือ นกแก้ว กับ คิงคองไงครับ) .....แบบนี้เรียกว่า นายA เพาะได้ตามความคาดหวังและจินตนาการเพียงบางส่วนครับ~!
(2) สมมติอีกครับว่า... ผู้เพาะพันธุ์อีกคน ชื่อ นายB ต้องการปลาชนิดใหม่เช่นกัน จึงนำเทคซัสเขียว ซึ่งเป็นปลาที่มีมุกเยอะ โดยมุกมีลักษณะแวววาว
ลวดลายสวยงามมาก และที่สำคัญเป็นปลาหัวโหนกใหญ่(ในกรณีที่เลี้ยงบ่อดินตามธรรมชาตินะครับ....แต่เลี้ยงในตู้หัวโหนก ๆ ก็จะยุบหายไปแบบไร้ร่องรอย) นำมาผสมเข้ากับปลาหมอสีนกแก้วที่มีสีแดงสดใส โดยคาดหวังไว้ว่า อยากจะได้ปลาที่มีมุกเยอะ ๆ ลวดลายสวย ๆ เหมือนเทคซัสเขียว
และมีสีแดงทั้งตัวเหมือนนกแก้ว เมื่อผสมจนได้ลูกปลาแล้ว ลูกปลาที่ได้ชุดนั้น ออกมาจะมีลักษณะการลอกสีผิวเป็นสีแดงทั้งตัว และมีมุกขึ้นตามตัวแบบ
เดียวกับเท็คซัสเขียว (นั่นคือ Red Texas) อิอิอิ....แบบนี้เรียกว่า ได้ปลาตรงใจ หรือ ปลาในฝันก็คงไม่ผิดครับ ถือว่านายB ผสมข้ามสายพันธุ์ปลาแล้วได้ลูกปลาออกมาตรงตามจินตนาการเลยแหละครับ
(3) สมมติอีกที....อ้าววว~! เบื่อแล้วเหรอ? เอาน่า....ขออีกทีน่า...นะ ๆ ๆ จะได้เปรียบเทียบให้เห็นตัวอย่างกันแบบชัด ๆ จะ ๆ เลยไงครับ อิอิอิ
สมมติว่านายC ก็อยากได้ปลาชนิดใหม่เช่นกัน โดยนำปลาหมอสี ฮาร์ทเวจอาย(เดินหาซื้อตามตลาดต้องเรียก ฮาร์ทเวจิ นะ...ไม่งั้นคนขายจะงง)
มาผสมเข้ากับปลาหมอสีซินสไปลุ่ม เพราะ เพื่อนบอกว่าลูกที่ได้ออกมาจะมีลักษณะ หน้าสั้น แดงสดทั้งตัว เนื้อเนียนสวย หัวโหนก นิสัยคึกคักขี้เล่น ซึ่งถ้าได้ตามที่เพื่อนบอกไว้จริงจะถูกใจนายC มาก ๆ และแล้ว...เมื่อนายC ผสมออกมา ลูกปลาทีได้กลับเป็นปลาหน้าสั้น ๆ หัวมน ๆ ทู่ ๆ คล้ายปังตอ
ผิวมีลายกระดำกระด่างเลอะเทอะ สีแดงก็แดงได้แค่ช่วงคอ ....กรณีเรียกว่าผิดคาดอย่างจัง~! ถือว่าเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ออกมาไม่ได้ตรงตาม
ความต้องการของผู้เพาะพันธุ์ครับ
จากเหตุการณ์ 3 ตัวอย่างที่ผมยกมาให้อ่าน เป็นเรื่องจริงผ่านจอที่เกิดขึ้นในการผสมพันธุ์ปลาแบบข้ามสายพันธุ์ ซึ่งผมพยายามจะบอกว่า
ในบางครั้งเราจะเอาแน่ เอานอนอะไรกับมันไม่ค่อยจะได้หรอกครับ สิ่งที่เรา หรือ ผู้เพาะพันธุ์คาดการณ์ไว้ อาจจะไม่ตรงตามที่คิดไว้เสมอไป
ในบางครั้งลูกปลาที่คาดหวังไว้ใน 1 ครอก อาจจะมีเพียงแค่ 5-10% เท่านั้นเองที่ตรงตามความต้องการ ในกรณีที่ลูกปลาสวย ๆ ออกมาได้จำนวน
ไม่มากนัก เราจะมีศัพท์เทคนิคเรียกเจ้าพวกนี้ว่า ปลาเปอร์เซ็นต์ นะครับ แต่หากลูกปลาบางตัวออกมามีลักษณะที่ดูแปลก ๆ หรือ โดดเด่นออกมาจาก
พรรคพวกเพื่อนฝูงในครอก ดูแล้วไม่เหมือนใคร เราจะเรียกกันว่า ปลาหลุด ครับ คือ เอาพ่อแม่พันธุ์คู่เดิม มาทำการผสมพันธุ์ซ้ำอีกที ยังไม่รู้เลยว่าจะ
มีหลุดออกมาแบบนี้รึเปล่า-? 
ผมอยากจะให้ผู้ที่คิดจะเลี้ยงปลาหมอสีครอสบรีดได้ทำความเข้าใจกับเจ้าปลาชนิดนี้ซะก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณอาจจะต้องผิดหวัง หรือ รู้สึกว่าตัวเอง
ถูกหลอก เมื่อซื้อไปเลี้ยงแล้วก็ได้ อย่างที่บอกไปในบรรทัดข้างบนแหละครับว่า บางทีผู้เพาะพันธุ์ก็ใช้การ คาดการณ์ ในการสร้างสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา (หรืออาจจะเป็นการคาดเดาอย่างมีหลักการณ์ก็ได้) ผู้ขายบางคนก็บอกไว้ซะสวยหรูว่า ลูกปลาชุดนี้ โตขึ้นมาแล้วเด็ดมาก หัวโหนกใหญ่ สีแดงจัด
มุกสวย ลวดลายดี ...ฯลฯ
.ซื้อไปไม่มีผิดหวัง บอกกันไปได้ถึงขนาดนั้น ทั้ง ๆ เจ้าตัวเองก็ยังไม่เคยเห็นลูกปลาชุดนี้ตอนโตเลย ส่วนไอ้ที่เห็น ๆ
อยู่ตรงหน้าก็ตัวยั่งกะขี้เล็บ มันจะไปเห็นอะไรกันได้ขนาดนั้นล่ะเนี่ย???
ปลาหมอสีครอสบรีด ไม่เหมือนปลาหมอสีพันธุ์แท้นะครับ ที่มีความนิ่งของสายพันธุ์ค่อนข้างสูง ซึ่งพ่อแม่หน้าตายังไงก็ให้ลูกออกมาตามนั้นแหละครับ
สำหรับปลาหมอสีครอสบรีด ใน 1 ครอก อาจจะมีความแตกต่างกันมาก ไม่ใช่ว่าจะสวยได้ทุกตัว
....แต่สำหรับบรีดเดอร์เก่ง ๆ ที่มีชั่วโมงบินสูง ๆ แล้ว การวางแผน ที่ดีก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว ปลาบางชนิด บางชุด ต้องใช้ระยะเวลาในการผสมพันธุ์และพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ได้ปลาที่มีความสวยงาม โดดเด่น และ มีความนิ่งมากที่สุด ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้+ประสบการณ์+ความอดทน+ระยะเวลาอีกมาก เพราะโดยเคร่า ๆ การทำปลาให้มีความสวยงามและนิ่งได้ มักทำกันไม่ต่ำว่า 5 ชั้นครับ
.....ดังนั้นในส่วนของผู้ซื้อก็ควรจะต้องอาศัยประสบการณ์ ความช่างสังเกต รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกซื้อ และจะได้ปลาสวย ๆ อย่างที่เราต้องการมาเลี้ยง ซึ่งผมจะมาพูดถึงให้ฟังในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ