หน้าแรก เว็บบอร์ด ตลาดซื้อ-ขาย 302 คลีนิค บทความ รายชื่อสมาชิก ร้านค้า คลังกระทู้
 

 
ห้องบทความ I บทความก่อนหน้านี้ I บทความต่อไป
ต้องการอ่านตอนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
 
“ตอนที่ 3 "ฟลาวเวอร์ฮอร์น....สุดยอดตำนานครอสบรีด"

“เมื่อประมาณ3-4ปีก่อน ช่วงนั้นจำได้ว่า....ผมไปเดินตลาดซันเดย์ค่อนข้างบ่อย เพราะที่นั่นเป็นแหล่งค้าส่งปลาสวยงามและอุปกรณ์ทั้งหลายในราคาถูก ผมเดินไปดูปลาเรื่อยเปื่อยตามประสาจนกระทั้งไปพบเจ้าปลาตัวหนึ่งเข้า หน้าตาเหมือนปลานิลไม่มีผิด จะต่างกันนิดหน่อยตรงที่มีสีแดงเลอะ ๆ อยู่ที่ช่วงคอ ในความรู้สึกคือ ไม่เห็นจะสวยเลย!!! ...แต่สงสัยมากครับ ทำไมมีขายกันแทบจะทุกร้าน แถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่าซะด้วย คิดว่ามันคงมีเสน่ห์อะไรบางอย่างถึงดึงดูดผู้คนได้ขนาดนั้น เลยคิดจะลองซื้อมาเลี้ยงเล่น ๆ ซักตัว ปรากฏว่าถามราคาเสร็จ แทบจะเดินถอยหลังเข่าทรุด ปลาตัวเท่าฝ่ามือ แต่ราคาพอ ๆ กับมอเตอร์ไซค์ 1 คัน โอ้ย ยย ~!! นี่มันปลาอะไรกันเนี่ย~~~!!!”

นั้นแหละครับ ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักเจ้าปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์น หลังจากที่หลวมตัวซื้อลูกปลาขนาด 1 นิ้วในราคาไม่แพงนักมาลองเลี้ยงได้ซักพัก ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงเสน่ห์บางอย่างของเจ้าปลาชนิดนี้ ปลาหมอสีครอสบรีดฟลาวเวอร์ฮอร์น เป็นปลาหมอสีครอสบรีดที่เลี้ยงสนุกและตื่นเต้นมาก ยิ่งเลี้ยงยิ่งได้ลุ้น ได้รอคอย ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของมันตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ได้สัมผัสกับอรรถรสในยามที่มันกิน มันว่าย มันขุดหิน หรือ พฤติกรรมต่าง ๆ ของมัน หลังจากนั้นฟลาวเวอร์ฮอร์นก็เป็นครอสบรีดตัวแรกที่ผมได้เริ่มเลี้ยงและได้ศึกษามันมากขึ้น เป็นก้าวแรกของผมก่อนที่จะได้รู้จักกับครอสบรีดตัวอื่น ๆ ในเวลาต่อมา....
ณ วันนี้ผมมองว่า “สุดยอดปลาหมอสีครอสบรีด” ในเมืองไทย มีหลัก ๆ อยู่ 4 ชนิด คือ ฟลาวเวอร์ฮอร์น , ไตรทอง , เท็กซัสแดง และ ซุปเปอร์เรดซิน จากที่ผ่านมาไม่ว่าครอสบรีดตัวไหนจะมีกระแสความนิยมจะขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างไร ฟลาวเวอร์ฮอร์นซึ่งเป็นปลาหมอสีครอสบรีดตัวแรกที่นำเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า มันคือปลาครอสบรีสอมตะอีกชนิดหนึ่งที่ผู้เลี้ยงครอสบรีดยังคงเสาะหาตัวสวย ๆ เก็บเอาไว้และยังคงมีผู้หลงไหลอยู่อย่างไม่จืดจาง.....และ คงจะไม่แปลกอะไร หากจะบอกว่า ฟลาวเวอร์ฮอร์น ได้กลายเป็น..... “ตำนานครอสบรีดเมืองไทยไปแล้ว”

แน่นอน!….ในตอนที่ 3 นี้เราจะมาทำความรู้จักกับมันกันนะครับ

ฟลาวเวอร์ฮอร์น (Flower Horn) หรือที่นิยมเรียกกันย่อ ๆ ในอินเตอร์เนตว่า Fh นั่นแหละครับ เป็นปลาที่มีต้นกำเนิดมาจากทางมาเลเซีย ซึ่งยังไม่มีหลักฐานชิ้นใดที่ยืนยันได้ชัด ๆ ว่า เกิดขึ้นมาครั้งแรกจากใครหรือเมื่อไหร่? .....เพราะแม้แต่เอกสารที่น่าจะเชื่อถือได้ของทางมาเลเซียเอง ก็ยังให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน(...งงไหมล่ะครับ..อะไรจะลึกลับซ่อนเร้นปานนั้น-??) ในประเทศมาเลเซีย ปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์น มีผู้ที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามกันมานานมากพอสมควรแล้ว ส่วนในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาอย่างเป็นทางการครั้งแรกช่วงประมาณกลางปี 2544 และเกิดกระแสนิยมอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี2544 จนถึงกลางปี 2545

*Fh สายเก่า หัวโหนกใหญ่ ผิวอมเหลือง ๆ เขียว ๆ คล้ำ ๆ ...คอแดงไม่มากนัก และมีสีโดยรวมดูหม่น ๆ

ปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์น มีค่อนข้างหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์จะมีชื่อเรียกปลีกย่อย และ มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นผมจะขอแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ

"ปลาโหนก"

จะมีจุดเด่นที่ลักษณะโครงสร้างของช่วงหัวและหน้าผาก ที่มีความโหนกใหญ่โตออกมามาก จนกลายเป็นจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุด

"ปลามุก"

จะมีลักษณะเด่นที่เกล็ดแวววาว(มุก)จนดูโดดเด่นที่สุดในตัวปลา ...มุกอาจจะมีลักษณะเป็นลวดลายสวยงาม หรือเป็นเม็ด ๆ เรียงกันเป็นระเบียบสม่ำเสมอกันก็ได้


"ปลาแดง"


พื้นที่สีแดงจะลามตามผิวปลา ยิ่งสีแดงมีความเข้มสดใส และแดงลามมากเท่าไหร่ยิ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่ดี

.......ในแต่ละตัวอาจจะมีจุดเด่นหลาย ๆ ประเภทรวม ๆ กันอยู่ เช่น มีโหนกที่ใหญ่โต มีมุกที่สวยงามแวววาว มีสีแดงคลุมพื้นที่ร่างกายมาก จะนับได้ว่า เป็นปลาฟลาวเวอร์ฮอร์นที่สวยไม่ธรรมดาตัวหนึ่งแล้วล่ะครับ แต่ถ้าถามว่า....สวยสมบูรณ์ที่สุดรึยัง? ผมก็คงต้องขอบอกว่า ยังครับ...ยัง!


ความสมบูรณ์ของตัวปลาต้องดูที่รายละเอียดปลีกย่อยอื่นประกอบ ๆ ด้วยครับ มาดูกันทีละจุดเลยนะครับ


1. ทรง ลำตัวควรมีความกว้างและความยาวเหมาะสมกัน ร่างกายดูหนา แข็งแรง (หากมีร่องกล้ามเนื้อที่ลำตัวด้วยยิ่งเจ๋ง! ...ลักษณะนี้เรียกว่าปลามีกล้ามน่ะครับ) รูปทรงฟล่วเวอร์ฮอร์นที่พบเห็นโดยทั่วไปจะมีลักษณะคล้ายทรงลูกรักบี้ แต่ในตัวที่มีรูปทรงสวยงามจะมีลักษณะลำตัวออกทางกว้าง โครงสร้างเป็น 4เหลี่ยม ปลาที่มีร่างกายยาวถือว่าเป็นปลาที่ทรงไม่สวยครับ

2. หน้าตา ช่วงหน้าผากควรมีหัวที่เปิดสูงชัน ไม่ลาดเทลาด ๆ เรียบ ๆ และ ช่วงปากควรจะมีลักษณะที่ไม่ยาวแหลม ปลาที่ปากสั้น หัวตั้งชัน จะถือว่าเป็นปลาที่มีลักษณะโครงสร้างของหน้าที่ดีครับ สำหรับปลาใหญ่ที่มีขนาดตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไปจะมีการดูจุดเด่นเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกอย่างคือ ดูที่แก้มครับ หากได้ปลา “แก้มยุ้ย”เหมือนมีวุ้นประกบข้างแก้มจะดีมาก

3. ครีบและหาง ไม่มีตำหนิ เช่น ครีบหัก , บิด , คด , งอ หากครีบบนและล่างปิดประกบหางได้สนิทจะถือว่าดีมาก ข้อหางควรเป็นแนวตรงเสมอลำตัวไม่ชี้ลง(หางตก) หรือไม่ชี้ขึ้น(หางกระดก) ก้านหางควรแข็งและใบหางควรมีความใหญ่ และ หนา เพราะเมื่อปลามีอายุมากขึ้น ใบหางจะยิ่งใหญ่มากขึ้นด้วย หากใบหางอ่อนหรือบางจะห่อเหี่ยวยวบลงมา และดูเสียบุคลิก และขาดความสง่าลงไป บางตัวจะมีมุกวิ่งตามครีบและหางจะยิ่งทำให้ปลาดูสวยงามสะดุดตามากยิ่งขึ้น

4. โหนก เป็นจุดเด่นอีกจุดที่ทำให้ปลาดูโดดเด่นสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งแล้วแต่ความชอบครับ บางคนชอบโหนกใหญ่โอเว่อร์ บางคนชอบแค่เสมอหน้า หรือบางคนชอบแค่เป็นสันหัวก็พอ ทั้งนี้สำหรับท้องตลาดมักจะต้องการโหนกใหญ่ ๆ ไว้ก่อน ยิ่งใหญ่ได้เท่าไหร่จะยิ่งได้ราคาครับ (ลักษณะและขนาดของโหนกจะเป็นไปตามสายพันธุ์ครับ )

5. สี ลักษณะที่ดีในการดูสีปลาคือ มีสีแดงที่สดใส ไม่แดงทึบหรือดูหมองคล้ำ สีแดงควรลามเกินครึ่งตัวขึ้นไป

***จุดสังเกตอีกอย่างสำหรับตัวผู้สวย ๆ ที่แดงได้เต็มที่ จะสามารถแดงปิดคลุมหมดหน้าได้ แต่มักจะไม่ลามแดงสุดถึงข้อหาง (หากถึงสุดข้อหางได้ถือว่าหายากมากครับ) และในตัวเมียสวย ๆ จะแดงลามสุดได้ถึงข้อหาง แต่มักไม่ลามคลุมหน้า (เช่นกันว่า ถ้าตัวเมียแดงลามสุดจนคลุมหน้าได้ ก็ถือว่าหายากมาก) ....ลองสังเกตดูนะครับ!!!***

6. มุก มุก คือ ลักษณะของเกล็ดที่มีความแวววาว ดูสดใสสวยงาม มีเหลือบสีหลายสี เช่น เงิน ทอง เขียว ฟ้า ขาว แต่มุกที่ดูโดดเด่นสะดุดตาที่สุดคือ มุกที่มีสีเงินสะท้อนแสง ดูแวววาว (สำหรับตัวสวย ๆ บางตัว มุกอย่างกับชุบโครเมี่ยมมาเลยครับ) มุกจะมีหลายลักษณะ เช่น มุกละเอียด จะเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายทั่วลำตัว , มุกลาย จะมีลักษณะเป็นเส้นต่อเชื่อมกันเป็นลวดลายสวยงาม ลักษณะมุกที่ดี ควรจะสะท้อนแสงเด่นชัด มีการกระจายมุกไปทั่วทั้งตัว และ เรียงกันเป็นระเบียบ ไม่ไปกระจุกที่ใดที่หนึ่ง หากมุกขึ้นหน้า และ ขึ้นข้ามหัวด้วยแล้วล่ะก็...ได้ถือว่าเป็นลักษณะของมุกที่ดีสุด ๆ ครับ

***สำหรับปลาที่มีมาร์คกิ้ง มุกที่ปิดล้อมรอบมาร์คกิ้งถือว่าสวยครับ***

7. มาร์คกิ้ง คือ จุดดำ ๆ ข้างลำตัวปลา มีทั้งมาร์คกิ้งชั้นเดียว (แถวเดียวเรียงยาวตามลำตัวปลา) และ มาร์คกิ้ง 2ชั้น (เรียงตามลำตัว และมีอีกแถวเรียงตามแนวสันหลัง) มาร์คกิ้งควรมีลักษณะเป็นคำ ๆ มีช่องไฟเว้นได้จังหวะต่อเนื่อง ไม่ขาด ๆ หาย ๆ หรือเชื่อมกันจนเลอะเทอะมากเกินไป(ยกเว้นคนที่ชอบปลามาร์คกิ้งโหด ๆ ) มาร์คกิ้งข้างซ้ายและขวาของตัวปลาควรมีจำนวนเท่า ๆ กัน และในบางสายพันธุ์จะมีมาร์คกิ้งที่วิ่งยาวตลอดจากช่วงแก้มถึงโคนหาง เป็นเส้นเดียวกันเลย เรียกว่า “มาร์คยิง”

***มาร์คกิ้งที่ดีตามตำราคือ หากปลามาร์คกิ้งชั้นเดียว ควรมีเว้นเป็นคำ ๆ จากช่วงแก้ม ถึงข้อหางจะนับรวมได้ 9 จุดพอดี ส่วนปลามาร์คกิ้ง 2 ชั้น จะนับ แถวล่าง 5 จุด แถวบน 4 จุด รวมแล้วเป็น 9 จุดเช่นกัน***

***ฟลาวเวอร์ฮอร์นบางสายพันธุ์จะไม่มีมาร์คกิ้ง ดังนั้นหากเลือกซื้อถ้ามีมาร์คกิ้งเลอะ ๆ เทอะ ๆ แค่จุด 2 จุด เลือกแบบไม่มีมาร์คกิ้งไปเลยดีกว่าครับ***

8. ผิวปลา ควรมีลักษณะเนียน ใส ผุดผ่อง ออกโทนสีที่สบายตา ไม่ควรเลือกปลาที่ผิวมีกลักษณะขุ่นคล้ำดำเขียว

9. ลักษณะอื่น ๆ เช่น....
- การว่ายน้ำ ควรว่ายอย่างแข็งแรง ครีบและหางแผ่กางออกจะทำให้ดูสง่า ไม่ควรเลือกปลาที่ว่ายครีบลู่
- นิสัย ปลาที่มีอาการขี้ตื่น หรือ หลบมุม อาจจะเป็นปลาที่ไม่แข็งแรงหรือป่วย
- การกิน ควรเลือกปลากินเก่งไว้ก่อน เพราะ ปลาที่ไม่ยอมกินจะโตช้า หรือ เป็นไปได้ว่าเป็นปลาแคระ(หางปลาที่มีพื้นฐานร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์) เพื่อความชัวร์....ก่อนซื้ออาจจะขอให้เจ้าของร้านลองหย่อนอาหารให้ดูก่อนก็ได้นะครับ

ปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์น เป็นปลาหมอสีครอสบรีดอีกชนิดหนึ่งที่มีขนาดร่างกายใหญ่โต(โตเต็มที่น่าจะได้เกิน 1ฟุต หรือประมาณ 15นิ้ว) นอกจากนี้ยังกินอาหารได้เก่ง กินจุ และ กินได้ตลอดทั้งวัน อาหารสำหรับฟลาวเวอร์ฮอร์นก็สามารถกินได้อย่างหลากหลาย เช่น กุ้งฝอย , ไรทะเล , ไรแดง , หนอนนก หรือแม้กระทั้งอาหารเม็ด อัตราการเจริญเติบโตก็จะสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดจนถึง 5 นิ้ว จะมีพัฒนาการด้านการเจริญเติบโตและสีสันได้อย่างรวดเร็ว(เฉลี่ยเดือนละ 1 นิ้ว) เมื่อพ้นขนาด 5 นิ้วไปแล้ว จะเริ่มชะลอการเติบโตลงมาตามลำดับ และ ค่อย ๆ เพิ่มความกว้างของลำตัวขึ้นมาแทน

การจัดพื้นที่ในการเลี้ยง ควรปูหินที่ไม่ทึบ หรือ สว่างเกินไป เพราะหินที่มีสีโทนสว่างมาก ๆ เช่นหินบัวลอย หรือ ปะการัง อาจจะทำให้ปลาถอดสีจนดร๊อปลงไป และ สีทึบมาก ๆ เช่นสีดำ ก็ อาจจะทำให้มันขับสีมากเกินจนตัวออกดำ ๆ เข้ม ๆ จนเกินงาม หากผู้เลี้ยงสามารถกั้นตู้และหาคู่ประกบไว้ให้มันขู่กันได้ จะยิ่งทำให้ปลารู้สึกคึก ช่วยกระตุ้นเรื่องสีและโหนกได้ส่วนหนึ่ง แต่โดยมากตัวเล็กมักจะถูกข่มจนพัฒนาการสู้ตัวใหญ่ไม่ได้ ดังนั้นหากต้องการหาคู่ประกบ ควรหาตัวที่มีขนาดเล็กกว่าพอสมควร

สำหรับเนื้อหาในตอนที่ 3 นี้ก็คงพอจะทำให้ผู้ที่สนใจจะเลี้ยงปลาหมอสีครอสบรีดฟลาวเวอร์ฮอร์น ได้รับทราบข้อมูล และ รู้จักกับมันมากขึ้นนะครับ ....ในตอนต่อ ๆ ไป เราจะมาคุยกันถึง “สุดยอดปลาหมอสีครอสบรีด” อีก 3 ตัวที่เหลือกันต่อนะครับ

สงวนสิทธิ์ในการนำบทความนี้ไปใช้งาน : หากต้องการนำบทความนี้ไปใช้ต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าของบทความเท่านั้นครับ
หัวข้อโดย : Gold-E เขียนเมื่อ : 'ธ.ค..46
 



หน้าแรก | สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ | ช่วยเหลือ | ถาม-ตอบ
เกี่ยวกับเรา | ติดต่อทีมงาน | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ระเบียบปฎิบัติ และ เงื่อนไขการใช้งาน

FishRooM มีเพื่อน ๆ เข้ามาเยี่ยมชมถึง ครั้งแล้วนะคร้าบ บ บ บ~!!"

FishRoom.org All right reserved Copyright (c) 1999-2006.