
ย้อนหลังกลับไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2545 ขณะนั้นผู้คนกำลังให้ความสนใจกับการเลือกซื้อเลือกหาปลาที่แดง โหนก มุก และจะให้ดีต้องมีมาร์กกิ้ง2ชั้น คงถือได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของปลาหมอสีฟลาวเวอร์ ฮอร์น แบบสุด ๆ
.....ในเดือน ส.ค.ปีเดียวกันนั้นเองบนหน้าปกนิตยสารปลาสวยงามฉบับหนึ่ง ได้ทำการลงรูป "ปลาอะไรซักอย่าง ที่มีความแตกต่างจากเจ้า FH ในท้องตลาดอย่างสิ้นเชิง ด้วยลักษณะของปลาอะไรซักอย่าง ตัวที่ว่านี้ ไม่แปลกเลย~!!! ที่จะทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาสนใจกันอย่างล้นหลาม
..... ด้วยความแดง ที่แดงได้ ทั้งตัวตั้งแต่มีขนาดเพียง 5 นิ้ว ซึ่งเป็นความแดงที่แดงได้มากกว่าและเร็วกว่า FH
.....ด้วยความโหนก ที่ขึ้นอย่างกลมมนสวยงาม และ สามารถโหนกได้รวดเร็วกว่า FH หลายเท่า
.....ด้วยหน้าตาที่บ้องแบ๊ว ทำให้ดู ทั้งหน้า หวาน และน่ารักในตัวมันเอง
.....ด้วยลักษณะนิสัย ที่ คึกคัก ขี้เล่น ทำให้สามารถเล่นกับผู้คนที่ผ่านไปมาหน้าตู้ของมันได้
ลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คงเพียงพอแล้ว ที่จะดึงความสนใจของผู้ที่กำลังหลงไหล FH ให้หันมาสนใจ ปลาอะไรซักอย่าง ตัวนี้มากขึ้น บนหน้าปกนิตยสารฉบับนั้น เรียกชื่อปลาชนิดนี้ว่า Red Synspilum หรือ ซินแดง
.......ว่าแต่ว่ามันคือ ซินแดง จริง ๆ หรือ? .......ถ้าไม่ใช่ ซินแดง แล้วมันคืออะไร? .....แล้วทำไมหน้าปกนิตยสารฉบับนั้นจึงได้เรียกมันว่า ซินแดง ......อีกหลาย ๆ คำถาม ที่หลาย ๆ คนคาใจ สามารถหาคำตอบได้ในเนื้อหาต่อไปนี้แหล่ะครับ~!!!!

Red Synspilum หรือ ซินแดง เป็นปลาที่ได้มีผู้ทำการผสมกันมานานมากก ก ก ก ก ก ๆ ผสมกันหลายปีแล้ว ซึ่งจุดประสงค์หลักในการผสมนี้คือ ต้องการทำปลานกแก้วเพื่อจำหน่าย โดยใช้พ่อพันเป็น Synspilum และ แม่พันธุ์เป็น Red Davil ลักษณะลูกที่ได้ออกมาในแต่ละครอก จะออกมาด้วยกันถึง 3แบบ คือ นกแก้ว / คิงคอง / ซินแดง ด้วยจุดประสงค์หลักที่ว่าผู้เพาะพันธุ์ต้องการทำนกแก้วเพื่อจำหน่าย ทำให้ซินแดงที่ติดมาด้วยนั้นเปรียบเสมือนกับเศษปลาที่เหลือจากความต้องการ จึงนำมาจำหน่ายกันในราคาไม่สูงมากนัก (ยกเว้นว่าซินแดงตัวนั้นจะสวยเข้าตาจริง ๆ )
ลักษณะของซินแดง คือปลาที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายซินสไปลุ่มซึ่งเป็นปลาที่จะ แดงหลังจากมีการลอกสีแล้ว รูปร่างค่อนข้างยาว จากสันหัวจนถึงปาก เป็นสันโค้งลาดลงมาเหมือนมีดอีโต้ เมื่อลอกสีออกมาแล้วจะมีลักษณะผิวออกไปทางเหลือง+ส้ม แต่ถ้าเป็นช่วงที่ปลาฮีทเพื่อผสมพันธุ์ จะออกสีแดงเข้ม ซึ่งช่วงนั้นอาจจะถือว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของซินแดงเลยทีเดียว
ต่อมาในปี 2545 มีปลาตัวหนึ่งซึ่งมีหน้าตาคล้ายซินแดงเกิดขึ้นมา แต่ที่ต่างกันคือ ....
1. ไม่ได้เกิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นซินสไปลุ่ม ผสม เรดเดวิล
2. ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ โดยที่ไม่ต้องลอกสี แต่แดงซึมขึ้นมาจากใต้ผิวปลา
3. สีแดงจะมีความเข้มมากกว่าซินแดง
4. เป็นปลาหน้าสั้น มน และ มีโหนกที่ใหญ่ กว่าซินแดง
ด้วยลักษณะโดยรวมที่ดูใกล้เคียงกันกับซินแดง...แต่ยังไม่สามารถระบุพ่อแม่พันธุ์ที่ชัดเจนได้ ทำให้ในปี 2545 นิตยสารปลาที่นำปลาตัวนี้มาขึ้นปก จึงยังคงเรียกมันว่า Red Synspilum แต่จะมีพ่วงท้ายมานิดนึงด้วยคำว่า สายแดงซึม!!!

เมื่อปลาทั้ง 2 ชนิดมีชื่อที่ซ้ำกัน ในท้องตลาดจึงมีชื่อเรียกกันใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันดังนี้
- Red Synspilum ที่เป็นสายเดิม ๆ ซึ่งต้องผ่านการ ลอกสี ก่อนจึงจะแดง จะเรียกว่า ซินแดงสายลอก หรือ เรียกกันสั้น ๆ จนติดปากว่า ซินลอก
-Red Synspilum สายใหม่ที่สามารถแดงได้โดยที่ ไม่ต้องลอก สีผิว และยังไม่สามารถระบุต้นสายที่แท้จริงได้นั้น จะเรียกกัน ว่า ซินแดงสายแดงซึม หรือ ซินซึม
..... ต่อมา ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับซินซึมมากขึ้น และมีผู้ทดลองทำการผสมซินซึมเพื่อการค้าเยอะขึ้น จึงมีพ่อค้ากลุ่มหนึ่งตั้งชื่อใหม่ให้ซินซึมว่า Super Red Synspilum เพื่อให้ฟังดูดีขึ้น และเป็นการยกระดับมาตรฐานของ ชนิด และราคาปลาชนิดไปในตัวด้วย
ชื่อ Super Red Synspilum หรือ ซุปเปอร์เรดซิน หรือ SRS จึงได้เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา~~!!
ในขณะนั้น เหล่า 108บรีดเดอร์ ต่างคนต่างก็พยายามผลิต SRS ขึ้นมาเพื่อจำหน่าย โดยที่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยจะมีคนรู้ด้วยซ้ำว่าปลาชนิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ...หรือมันมากจากไหน? โดยมากมักจะรู้จากปากต่อปากผ่านกันมาว่า ต้นกำเนิดปลาตัวนี้คนแรกคือ ชัย ซาลาเปา แต่ใช้อะไรในการผสมก้อยังไม่รู้? หลังจากนั้นบรีดเดอร์หลายคน(ที่คิดว่าดูปลาขาด ประมาณว่าเซียนจัด ๆ แค่เห็นรูปปลาก็สามารถบอกได้ว่าใช้อะไรทำ หรือ แกะสายปลาจากรูปได้ทะลุถึงพ่อแม่พันธุ์) ก็ทดลองผสมสารพัดสูตรออกมาขายในชื่อ SRSกันอย่างสนุกสนาน (แต่ก้อยังไม่รู้อยู่ดีว่าจริง ๆ แล้วมันใช่รึเปล่า?)
ผลคือ....SRSในช่วงนั้น ทำเอาคนที่ซื้อไปผิดหวังไปตาม ๆ กัน เพราะโตมามันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด หรืออย่างที่เคยเห็นบนปกนิตยสาร ไม่นานนัก SRS ก็ถูกลืม.... และวายไปจากตลาด แต่ความเงียบเหงาก้อมีอยู่เพียงไม่นาน ก้อมีเจ้าปลา SRS ที่มีหน้าตาและรูปร่างเหมือนกับภาพเก่า ๆ บนปกนิตยสารกลับมาอีกครั้งปรากฏโฉมให้เห็นตัวเป็น ๆ กันอีกครั้งในท้องตลาด ด้วยราคาค่าตัวที่แสนจะรุนแรง สนนราคา SRS ขนาด 3-5 นิ้วช่วงนั้น ราคาวิ่งขึ้นไปชนเพดานที่หลักหมื่นกันเลยทีเดียว ส่วนตัวใหญ่ ๆ ก้อถีบตัวกันขึ้นไปหลาย ๆ หมื่นจนทะลุหลักแสน
เนื่องจาก SRS ตัวสวย ๆ ยังออกมาจำหน่ายในท้องตลาดไม่มากนัก ความกลัวของผู้ซื้อที่ว่าปลาจะหายสาบสูญไปอีก ทำให้ผู้ที่รอคอยและหวังจะครอบครอง SRS สวย ๆ ซักตัวต้องรีบพากันควักกระเป๋าหนัก ๆ แลกกับการครอบครองปลาขี้เล่นตัวนี้ซักตัว โดยหารู้ไม่ว่าอีกเพียงไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าปลาสวยชนิดนี้ จะถูกผลิตกันขึ้นมาอย่างมากมาย และราคาเบาลงอย่างมากจนสามารถเข้าถึงผู้ที่สนใจแต่งบไม่หนักได้อย่างทั่วถึง เมื่อมีผู้ให้ความสนใจกันทั่วบ้านทั่วเมือง ชื่อของ Super Red Syn จึงกลับมาดังระเบิดสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้อย่างยิ่งใหญ่....อีกครั้ง~!
สำหรับบทความนี้มีต่อ ภาค2 นะครับ หากต้องการอ่านภาค 2 ต่อ Click ที่นี่ครับผม!!