หน้าแรก เว็บบอร์ด ตลาดซื้อ-ขาย 302 คลีนิค บทความ รายชื่อสมาชิก ร้านค้า คลังกระทู้
 

 
ห้องบทความ I บทความก่อนหน้านี้ I บทความต่อไป
ต้องการอ่านตอนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
 
ตอนที่ 8 "เทคนิกการผสมพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีด"

วันนี้ผมไปเดินเล่นที่ซันเดย์มาครับ!!! ไม่รู้เป็นยังไง....ว่างไม่ได้เลย! ....เป็นต้องช๊อปปิ้งดูปลาตามประสาคนรักปลาที่ซันเดย์ทุกที เชื่อว่าคงไม่ต่างกับเพื่อน ๆ อีกหลายคนแหละครับ 555555

....แต่ในวันนี้ระหว่างที่ผมดูปลาอยู่ที่ร้านร้านหนึ่ง มันเกิดอาการตะหงิด ๆ ตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยครับ .......เมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง กำลังยกถุงปลาขึ้น ๆ ลง ๆ ส่องแล้ว ส่องอีก เพื่อช่วยกันเลือกปลาฟลาวเวอร์ฮอร์นซึ่งถูกบรรจุวางขายอยู่ไว้ในถุงริมทางเดิน จากบทสนทนาของหนุ่มสาวคู่นี้ ทำให้ผมพอจะจับใจความได้ว่า ก่อนหน้านี้เคยซื้อปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์นตัวเล็ก ๆ ไปเลี้ยงแล้วโตมาเป็นตัวเมีย แถมไข่เก่งอีกต่างหาก ไข่แต่ละทีกระจัดกระจายซะเต็มตู้ จนรู้สึกเสียดายที่ต้องปล่อยให้ไข่ถูกทิ้งเปล่า ๆ เลยมาเดินหาฟลาวเวอร์ฮอร์นตัวผู้เพื่อจะเอากลับไปผสมซะหน่อย ระหว่างที่ผมก็ดูปลาของผม เค้าก็เลือกของเค้าไป 2คนนั้นคงถึงจุดที่ตกลงใจเลือกปลา“ตัวผู้”ที่ตรงใจได้แล้ว ฝ่ายชายก็ชอบ ฝ่ายหญิงก็โอเค ...แล้วสุดท้ายก็จ่ายเงิน และ หิ้วถุงปลากลับไปด้วยความยินดีปรีดา...

อ้าว วว ว วว~~!!! ...แล้วผมตะหงิด ๆ เรื่องอะไรน่ะเหรอ-?

ก็รู้สึกตะหงิด ๆ ตรงที่ว่า.... ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมจ่ายเงินแต่โดยดี ก็ได้ชูปลาที่ได้คัดไว้(..เป็นฟลาวเวอร์ฮอร์น ขนาด 5 นิ้ว)ให้คนขายช่วยดูพร้อมแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า “นี่ตัวผู้รึเปล่าครับพี่ เผอิญที่บ้านมีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่ง อยากได้ตัวผู้เอาไปผสมพันธุ์น่ะครับ” คนขายจับถุงมาดูใกล้ ๆ พลางมองหน้าลูกค้าชายหญิงที่ดูแสนซื่อนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบคำถามด้วยยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัยว่า “ตัวผู้ครับ” หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีคนขายคนนี้ก็รับเงินเข้ากระเป๋าแบบสบาย ๆ ด้วยคำพูดเพียง 3 คำว่า... “ตัว-ผู้-ครับ”

.......สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์นมาพอสมควร(รวมถึงคนขายคนนี้ด้วย) เชื่อได้เลยครับว่ามองเจ้าตัวนี้แว๊ปเดียวก็เห็นชัด ๆ แล้วครับว่า มันเป็นตัวเมียแน่นอน~!!!! สรุปว่า ชายหญิงคู่นี้คงโดนหลอกขายไปแบบเต็ม ๆ ล่ะครับ ไอ้ครั้นผมจะแสดงความเป็นฮีโร่ ออกไปปกป้องโต้แย้งก็คงไม่ดีแน่ เพราะผมยังต้องเดินที่ซันเดย์อีกนาน... จากกรณีนี้มีคำถามว่าผู้ซื้อจะทำยังไงล่ะครับถึงจะไม่ถูกคนขายหลอก? ทำยังไงล่ะถึงจะดูเพศปลาออกตัวเอง? ปัญหาเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหานี้อีกต่อไปแล้วครับ เพราะในCrossbreed Corner ตอนนี้จะบอกวิธีการดูเพศและการผสมพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีดให้กับคุณครับ

แน่นอนครับว่าเพื่อน ๆ หลายคนเมื่อได้เริ่มเลี้ยงเจ้าปลาหมอสีครอสบรีดไปถึงจุด ๆ หนึ่งแล้วก็อยากที่จะลองทำการผสมเองดูบ้าง

.....ก่อนที่เราจะเริ่มต้นผสมพันธุ์ปลาได้นั้น ในขั้นแรกเราจะเริ่มต้นกันด้วยการดูเพศปลาให้ออกก่อนครับ คงไม่สนุกแน่ถ้าเอาปลาเพศเดียวกันมาใส่รวมกันเพื่อให้มันออกลูก หุหุหุ ....หลายคนจะแนะนำการดูเพศปลาหมอสีว่า....

-ตัวผู้ ให้ดูที่ช่วงหัว ถ้ามีสันหัวขึ้นมาจนดูเป็นมุมหัก ๆ ...ว่ากันว่ามักเป็นตัวผู้

-ตัวเมีย ส่วนใหญ่ช่วงหัวจะมีลักษณะลาด ๆ ลงมา!!! วิธีดูแบบนี้ก็พอจะดูได้คร่าว ๆ ครับ แต่มันก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้มากเหมือนกัน

อีกวิธีคือดูมาร์คกิ้งที่ครีบหลัง ตัวเมีย“ส่วนใหญ่”มักจะมีมาร์คกิ้งหรือจุดดำ ๆ ขึ้นที่ครีบหลังครับ หากดูที่ครีบหลังแล้วเห็นมาร์คกิ้ง โอกาสที่จะเป็นตัวเมียมีถึง 90% แล้วล่ะครับ (วิธีนี้ดูจะชัวร์กว่าวิธีการดูที่หัวอย่างเดียว)

วิธีดูที่ชัวร์ที่สุด ต้องดูที่ “ท่อน้ำเชื้อ” หรือ “ท่อนำไข่” ครับ ท่อน้ำเชื้อจะเป็นอวัยวะเพศของตัวผู้ มีลักษณะเป็นท่อเล็ก ๆ แหลม ๆ งอ ๆ เหมือนตะขอเบ็ดชี้ไปข้างหน้า และอยู่ติดกับรูทวาร ส่วนท่อนำไข่จะเป็นอวัยวะเพศของตัวเมีย มีลักษณะเป็นท่อทู่ ๆ หนา ๆ ใหญ่ ๆ ยิ่งเมื่อพร้อมจะวางไข่เต็มที่ ยิ่งโผล่มาให้เห็นแบบจะ ๆ คาตาเลยครับ ทั้งท่อน้ำเชื้อและท่อนำไข่จะผลุบ ๆ โผล่ ๆ ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ว่าง ๆ ลองนั่งสังเกตกันดูนะครับ
(แต่ถ้ากรณีการคัดเพศปลาตัวเล็ก ๆ ขนาดต่ำกว่า2นิ้ว หากต้องการจะดูให้ชัวร์ ผมว่าดูยากมากถึงมากที่สุดครับ)

เมื่อตัวเมียถึงวัยเจริญพันธุ์ทำท่าจะวางไข่ อาการจะเห็นชัดเจนอย่างแรกเลยนะครับ คือ ตัวจะมีสีออกดำ ๆ คล้ำ ๆ ทะมึน ๆ กว่าปกติ หรือมีแถบแนวตั้งสีดำคาดลำตัวขึ้นมาชัดเจน อาการแบบนี้ศัพท์เทกนิคเค้าเรียกว่า “ฮีท” ครับ ช่วงนี้ปลาจะออกอาการดุเป็นพิเศษ ถ้าออกอาการแบบนี้ แล้วมีท่อทู่ ๆ ใหญ่ ๆ โผล่ออกมาด้วย รับรองว่าตัวเมียแน่นอนครับ......พอเข้าใจกันแล้วใช่ไม๊ครับ- ???

เมื่อพอจะดูเพศออกแล้วทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องการผสมพันธุ์กันบ้าง โดยปกติการเพาะปลาหมอสีครอสบรีดนิยมใช้ตู้ 30-36 นิ้ว หรือจะใหญ่กว่านั้นก็ได้ แต่หากพ่อแม่พันธุ์มีขนาดไม่เกิน 5 นิ้ว ตู้ 24นิ้วก็พอที่จะใช้ได้ครับ
ในการผสมพันธุ์ตามทฤษฎี พ่อแม่พันธุ์ควรมีอายุ 1ปีขึ้น ไป เพราะจะมีความพร้อมในการผสมพันธุ์มากกว่าพ่อแม่ที่ตัวเล็ก ๆ อายุน้อย ๆ และว่ากันว่าหากพ่อแม่พันธุ์มีขนาดเล็ก ลูกมีโอกาสจะพิการสูง ....แต่จากที่ผมเคยทดลองทำการผสมพันธุ์โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ที่มีขนาดเล็กเพียงแค่ 4นิ้ว ลูกที่ได้ออกมาก็ไม่มีความแตกต่างอะไรจากการใช้พ่อแม่พันธุ์ขนาดใหญ่ทำเลยครับ สิ่งที่ต่างกันเท่าที่พอจะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ พ่อแม่พันธุ์ขนาดใหญ่จะให้ลูกได้ในปริมาณมากกว่ากันเยอะ คือ อาจจะได้ถึง 2000-4000ตัว/ครอก ส่วนพ่อแม่พันธุ์ขนาดเล็กอาจจะได้ลูกเพียง 200-700ตัว/ครอก

ในการผสมควรให้ตัวผู้ มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียซัก 1-2 นิ้วขึ้นไป แต่อย่าให้ถึงขนาดต่างกันมากชนิดที่ว่า ตัวเมียพอดีคำของตัวผู้เชียวล่ะ หุหุหุ.... (หากขนาดต่างกันมาก ๆ งานนี้ ตัวผู้อาจจะมีอิ่มครับ โฮ่ ๆ ๆ ๆ .....) เมื่อเราหาพ่อแม่พันธุ์ที่คิดจะเพาะเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการเพาะมีดังนี้ครับ......

ขั้นตอนการผสมพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีด

1. ทำความสะอาดตู้เพาะพันธุ์ให้แน่ใจว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน หรือ มีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคสิงสู่อยู่ในนั้น ขนาดตู้เพาะพันธุ์ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับขนาดพ่อแม่พันธุ์

2. กั้นตู้เพาะพันธุ์แบ่งเป็น 2 ช่อง ควรใช้กระจกกั้นตู้และตัวหนีบกระจกที่สามารถใส่เข้าและถอดออกได้

3. เติมน้ำที่สะอาด ปราศจากคลอรีนลงไปในตู้

4. ใส่หัวทรายหรือหัวปั๊มอากาศ ภายในตู้ที่กั้นไว้ทั้ง 2ฝั่ง และต้องแน่ใจว่าปริมาณอากาศเพียงพอสำหรับปลาในตู้ (หากมีกรองกล่อง หรือ กรองขวดประกอบด้วยก็ไม่เลว จะช่วยให้น้ำเสียช้าลง)

5. นำตัวผู้และตัวเมียใส่คนละด้าน นำมาเทียบกันเหมือนปลากัด

6. ในฝั่งของตัวเมีย หากระถางดินเผาผิวแบน ๆ มาใส่ เพื่อกระตุ้นให้ปลาคุ้นเคย และใช้เป็นที่วางไข่ หากหากระถางไม่ได้อาจจะนำแผ่นกระเบื้องที่เหลือจากปูผนังห้องน้ำที่บ้าน นำมาวางแทนก็ได้ครับ ประหยัดดี! เวลาวางให้เอาด้านหยาบ(ด้านหลัง)ขึ้นข้างบนนะครับ จะช่วยให้ไข่สามารถยึดเกาะได้ดี

7. หลังจากเทียบกันไป เทียบกันมา จนวันดีคืนดีของขึ้นได้ที่ ตัวเมียเกิดอาการปิ๊งตัวผู้จน “ฮีท”หรือ ดูจากท่อนำไข่ของตัวเมียและท่อน้ำเชื้อของตัวผู้โผล่ออกมาพร้อม ๆ กัน ก็ลองเปิดกระจกให้มันจ๊ะเอ๋กันดูนะครับ ช่วงแรกพยายามเฝ้าให้ดี ถ้าไล่จีบกันนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่เป็นไร ...แต่ถ้าขนาดเล่นบทสามีซาดิสต์ ตอด-จูบ-ตอด-จูบ...ไล่กันกะให้ถึงตาย กรุณารีบแยกออกมาเอากระจกกั้นเหมือนเดิมครับ นั่นแสดงว่ามันยังไม่ยอมรับกัน....ต้องจับเทียบกันต่อไป ส่วนระยะเวลาในการเทียบเอาแน่เอานอนไม่ได้ครับ บางคู่ใช้เวลาเทียบนานถึง3เดือน ในขณะที่บางคู่จับใส่รวมกันปุ๊บก็อยู่กันไม่มีปัญหาเลย หรือบางคู่อยู่ด้วยกันได้ 3-7วัน แล้วค่อยมากัดกันก็มี แต่ถ้าลองแล้วลองอีก-เทียบแล้วเทียบอีก ชีวิตคู่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เปิดมาทีไรก็กัดกันเหมือนเดิม แนะนำว่าเปลี่ยนคู่ไปเลยจะดีกว่าครับ....!!!


......นี่แหละครับอาการของปลาที่ไม่ยอมเข้ากัน ตอด-จูบ! ตอด-จูบ!

8. สำหรับเทคนิคส่วนตัวของผมเอง ในบางครั้งแม้ตัวเมียจะเกิดอาการฮีทแล้ว ผมก็ยังให้มันเทียบกันต่อไปโดยไม่ยกกระจกออก คือ รอให้ฮีทไปซักระยะ ดูจนท้องมันบวม ๆ เป่ง ๆ และ ท่อนำไข่ ยื่นออกมาให้เห็นจะ ๆ เมื่อไหร่! วันนั้นผมจะเปลี่ยนน้ำทันทีครับ เปลี่ยนไปเลยครับ 50% ตอนเปลี่ยนน้ำพยายามดูดเศษอาหารและเศษฝุ่นออกให้ได้มากที่สุด เติมน้ำใหม่เข้าไปพร้อมใส่ยามาลาไคร์เข้าไปนิดหน่อยครับ ลองสังเกตดูนะครับ ถ้าปลาที่ฮีทเต็มที่ การได้น้ำใหม่ ๆ เมื่อไหร่....อีกไม่กี่อึดใจหลังเปลี่ยนน้ำ ปลาจะวางไข่ง่ายครับ (น้ำที่สะอาดจะมีส่วนช่วยให้ปลาวางไข่ได้ง่าย)

9. หลังจากเปลี่ยนน้ำเสร็จแล้ว ปลาจะตื่น ๆ นิดหน่อย ช่วงนี้ผมจึงจะยกกระจกออกครับ ให้ทั้งคู่เข้าไปปลอบประโลมซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน ได้อิงแอบแนบชิดกัน และ คืนนั้นก็จะ...หุหุหุ ได้เรื่องงงงงงงงงงง ~~!! หากปลาทั้งคู่มีความพร้อมอยู่แล้ว โดยมากจะผสมภายใน 24 ชม.หลังได้น้ำใหม่ครับ

10. อุณหภูมิก็เป็นอีกเรื่องที่มีส่วนกระตุ้นให้ปลาวางไข่ น้ำที่เย็นเกินไป จะทำให้ปลาวางไข่ได้ยาก ช่วงที่ทำการผสมพันธุ์ ควรติดฮีทเตอร์ไว้ควบคุมอุหภูมิด้วยนะครับ (สำหรับบางคนที่ไม่อยากจะเสียเงินซื้อฮีทเตอร์ ก็เลี่ยงโดยการเปิดไฟตู้ปลาแทนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ...ซึ่งก็พอช่วยได้ครับหากอากาศไม่หนาวมาก)

11. เมื่อได้อยู่ด้วยกัน น้ำสะอาด อากาศเพียงพอ อุณหภูมิเข้าที่ ตัวเมียที่ฮีทเตรียมจะวางไข่ จะเอาท้องที่มีท่อนำไข่ยื่นออกมาถูไปตามกระถางหรือแผ่นกระเบื้อง ไข่ก็จะไหลออกมาติดตามกระถางเป็นแนวยาว ส่วนตัวผู้จะว่ายน้ำตามหลังเข้ามาฉีดน้ำเชื้อใส่ไปยังไข่ที่ตัวเมียวางไว้ ช่วงนี้มันจู๋จี๋กันอยู่ อย่าไปรบกวนมันนะครับ หากระดาษหรือแผ่นอะไรมาปิดไว้ที่ตู้ บังส่วนที่เป็นกระถาง หรือกระเบื้องได้ก็ดี ไม่ใช่กันอุจาดนะครับ แต่เพราะช่วงที่ปลาผสมพันธุ์กัน จะอารมณ์อ่อนไหว แปรปรวนง่ายครับ ถ้ามันตกใจ หรือ รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย มันอาจจะกินไข่เกลี้ยงเอาง่าย ๆ ไม่รู้ด้วยนะ.........เอออ...อ..อ...

12. หลังจากที่ตัวเมียวางไข่และตัวผู้ฉีดน้ำเชื้อจนเสร็จเรียบร้อย ให้ทำการตักพ่อแม่พันธุ์ออกทั้งคู่ ผมไม่ปล่อยให้ตัวไหนเลี้ยงลูกเลย เพราะอยู่ดี ๆ อาจจะมีคนไปทำให้ปลาตกใจขึ้นมา ปลาอาจจะกินไข่ทันที แล้วไข่ที่ผสมไว้อาจจะ....ไม่เหลือ-!!! หรือ วิธีง่าย ๆ อีกวิธีคือ ย้ายกระถางไข่ออกมาใส่ตู้สำหรับอนุบาลลูกปลาโดยเฉพาะก็ได้

13. นำหัวมาวางไว้บริเวณกระถางไข่ เปิดอ๊อกให้แรง ๆ ขั้นตอนนี้เรียกกันว่า “เป่าไข่”

14. ทำการลดน้ำในตู้ให้เหลือความสูงแค่ประมาณแค่ 6-10นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกปลาแรกเกิดซึ่งยังว่ายน้ำไม่แข็งจมน้ำตาย(แต่สำหรับปลาหมอสีค่อนข้างอึด! อาจจะลดหรือไม่ลดน้ำลงก้อได้)

15. ใส่ยามาลาไคร์ลงไปเล็กน้อย เพื่อป้องกันไข่ที่เพิ่งผสม จะถูกเชื้อราทำลาย

16. ประมาณ 2-5วัน สามารถสังเกตุที่ไข่ปลาได้ว่า ไข่ผสมติดหรือไม่ โดยดูจากไข่ปลาจะมีลักษณะ เป็นเม็ดสีดำ ๆ ขึ้นมาที่กลางไข่ หรือที่เรียกกันว่า “เม็ดสาคู” นั่นคือ ไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว แต่หากไม่มีจุดสีดำ และมีลักษณะขุ่นทึบและมีเชื้อราเกาะ นั่นแสดงว่าไข่ไม่ได้รับการผสม หรือเรียกว่า “ไข่เสีย”

17. หลังจากไข่ได้รับการผสมประมาณ 3-7วัน ลูกปลาจะเริ่มทยอยกันออกมากลิ้งเล่น ดูผ่าน ๆ หากไม่สังเกตให้ดี จะคล้าย ๆ ฝุ่นกองที่พื้นตู้ แต่หากเพ่งดี ๆ จะเห็นตัวปลาตัวเล็กมาก ๆ มีตา 2 ตัว พยายามดิ้นดุ๊กดิ๊ก ๆ ......และไม่กี่วันต่อมาจะเริ่มว่ายน้ำได้ ทีละนิด ๆ ช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องให้อาหารอะไรเลย เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ได้ ถือว่าคุณสามารถผสมพันธุ์มันขึ้นมาได้สำเร็จแล้วล่ะครับ (^_^)

สำหรับมือใหม่ ขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะดูยุ่งยากซับซ้อนไปซักนิด(17ขั้นตอน) ก็แหม....อยากจะบอกให้ละเอียด ๆ ไงครับ .....แต่เชื่อเถอะครับว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลยครับ!!!



ส่วนในตอนต่อไปของ Crossbreed Corner เราจะมาพูดถึง “การอนุบาลลูกปลาหมอสีแรกเกิด”กันนะครับ (^_^)

สงวนสิทธิ์ในการนำบทความนี้ไปใช้งาน : หากต้องการนำบทความนี้ไปใช้ต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าของบทความเท่านั้นครับ
หัวข้อโดย : Gold-E เขียนเมื่อ : 'ม.ค..47
 



หน้าแรก | สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ | ช่วยเหลือ | ถาม-ตอบ
เกี่ยวกับเรา | ติดต่อทีมงาน | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ระเบียบปฎิบัติ และ เงื่อนไขการใช้งาน

FishRooM มีเพื่อน ๆ เข้ามาเยี่ยมชมถึง ครั้งแล้วนะคร้าบ บ บ บ~!!"

FishRoom.org All right reserved Copyright (c) 1999-2006.