ในตอนที่แล้ว เราได้รู้จักวิธีการเพาะพันธุ์ปลาหมอสีกันแล้วนะครับ เริ่มตั้งแต่การดูเพศปลา การคัดเลือกขนาดพ่อแม่พันธุ์ การเทียบปลา และเราได้รู้ในขั้นตอนสุดท้ายของการผสมพันธุ์ปลาว่า เมื่อแยกไข่ปลาออกมาจากพ่อแม่พันธุ์แล้ว ให้ลดระดับน้ำในตู้ลงเหลือ 6-10นิ้วเพื่อป้องกันลูกปลาที่ยังว่ายน้ำไม่แข็งจมน้ำตาย พร้อมกับเพิ่มปริมาณอ๊อกซิเจนในน้ำให้เยอะ ๆ ในตอนนี้จะเป็นขั้นตอนต่อไปครับ เรียกว่าเป็นขั้นตอน การอนุบาลลูกปลาหมอสีแรกเกิดครับ
หลังจากที่ลูกปลาเริ่มว่ายน้ำได้แข็งขึ้น คือ ประมาณ 5วันถึง 1สัปดาห์หลังจากเริ่มเป็นตัว จะเริ่มให้อาหารมื้อแรก อาหารในมื้อแรกที่ให้แก่ลูกปลาคือ ไรฝุ่น (บางคนจะเรียกว่าไรน้ำจืดหรือไรแดง) ลักษณะของไรฝุ่นจะเหมือนละอองเม็ดเล็ก ๆ สีแดง ๆ ซึ่งลูกปลาแรกเกิดสามารถกินได้ง่าย และทำให้ลูกปลาแข็งแรง โตไวอีกด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกในการไปหาซื้อไรฝุ่นสด ๆ บ่อย ๆ ผมแนะนำให้ใช้ไรฝุ่นแช่แข็งครับ
วิธีการทำไรฝุ่นแช่แข็ง
1. โดยปกติผมจะใช้ไรฝุ่นครึ่งกิโลต่อลูกปลา 1 ครอก สำหรับลูกปลาประมาณ 500-700ตัว) ใช้กระชอนตาถี่ ๆ กรองไรฝุ่นเอาน้ำออกให้หมด
2. นำตัวไรฝุ่นที่กรองไว้เรียบร้อยแล้วตักใส่ขวดแก้ว หรือ ตักใส่ถาดหลุมน้ำแข็งแช่ช่องฟรีซไว้ให้เป็นแข็งเป็นไอติมไปเลยครับ (ไม่แนะนำให้ใส่ถุงพลาสติก เพราะเวลาแช่จนไรฝุ่นแข็ง จะทำให้ดึงออกมาจากช่องพรีซยากมาก ถุงมักจะขาดซะก่อน) ขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดครับ!!! นั่นคือ.......... อย่าลืมบอกคนในบ้านไว้ด้วยว่ามันคืออะไร......หุหุหุ จากประสบการณ์ครั้งหนึ่งน้องชายของผมนี่แหละ มันเกือบเอาไรแช่แข็งโซ้ยเข้าปากไปแล้ว เพราะนึกว่า เป็นช็อกโกแล๊ตแช่แข็ง.....สีสันใกล้เคียงมากจริง ๆ ......อุเหม่~!! เสียดายจริง ๆ ครับที่วันนั้นผมห้ามไว้ทัน-!!!!!
3. เวลาจะใช้นำออกมา ให้หยิบออกมาทีละก้อน นำไรที่ผ่านการแช่แข็งแล้วจุ่ม ๆ แช่ ๆ ไว้ในตู้อนุบาลลูกปลา ไรฝุ่นที่แช่แข็งไว้จะละลายแตกตัวออกมานิดหน่อยแล้วยกขึ้น ให้เพียงแค่นิดเดียวพอนะครับ ห้ามให้เยอะ หลังจากนั้นก็เก็บไปฟรีซเหมือนเดิม
เทคนิกการให้อาหารลูกปลา ควรจะให้ทีละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เหลือเศษที่ลูกปลากินเหลือซึ่งเป็นเหตุที่จะทำให้น้ำเสีย ผมให้วันหนึ่งเกือบ ๆ 10ครั้งได้ ว่างเป็นให้! ว่างเป็นให้! ช่วงนี้ลูกปลาจะโตเร็วมากครับ เห็นพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโตชนิดวันต่อวันเลยแหละ---!!! หลังจากพิจารณาดูแล้วว่าลูกปลาแข็งแรงมากขึ้น จะเติมน้ำเพิ่มขึ้นทุกวันครับ วันละประมาณ 1ลิตร (ผสมยามาลาไคร์ ใส่ลงไปนิดเดียวให้พออุ่นใจ ทุก ๆ 3วันครับ...ข้อสำคัญคือ ห้ามใส่เยอะเด็ดขาด!!!)
ถึงช่วงนี้แล้วถ้าว่าง ๆ ก็คิดชื่อไปพลาง ๆ ก่อนนะครับ คิดไป....อยากให้มันชื่ออะไรก็ตั้งกันเข้าไปครับ ที่จตุจักร ซันเดย์ ก็มีชื่อใหม่ ๆ ผุดขึ้นมารายวันอยู่แล้ว จะเรียกฟลาวเวอร์ฮอร์น หรือ เทคซัสแดงเฉย ๆ ไม่ได้นะครับ แหม~!! .....มันจะดูไม่มีชาติตระกูล โลว์คลาส ดูเหมือนปลาไร้การศึกษา เหอ ๆ ๆ ๆ (เอ่ออ.อ...นี่แค่ล้อเล่นนะ ไม่ตั้งใหม่ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ)
ช่วงนี้ให้ไรฝุ่นเป็นอาหารไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารทีละนิด ๆ โดยสังเกตว่าลูกปลาจะกินได้หมดทุกครั้ง ขั้นตอนต่อไปคือ รอให้ลูกปลามีลักษณะเป็นตัวเป็นตนมากขึ้น หรือมีขนาดประมาณ 6หุน ในกรณีที่ตู้อนุบาลลูกปลามีขนาดเล็กเมื่อถึงช่วงนี้ระดับน้ำที่ค่อย ๆ เติมเข้าไปน่าจะเกือบเต็มตู้แล้วครับ แต่หากยังไม่ถึงก็สามารถจะเติมน้ำเพื่อเพิ่มระดับได้ เนื่องจากลูกปลาขนาดนี้ค่อนข้างมีความแข็งแรงพอสมควร การเติมน้ำไม่ต้องถึงกับล้นนะครับ รักษาระดับผิวน้ำให้ต่ำกว่าขอบตู้ประมาณ 3-5 นิ้ว หลังจากนั้นเราก็สามารถจะเริ่มเปลี่ยนอาหารเป็นการให้ไส้เดือนน้ำได้ครับ
วิธีให้ใส้เดือนน้ำเป็นอาหารก็ไม่ยากอะไร แค่หาซื้อกรวยสำหรับใส่ใส้เดือนน้ำ มาติดที่ภายในตู้ปลาระดับผิวน้ำ จะติด 1จุด , 2จุด หรือตู้กว้าง ๆ มีลูกปลาเยอะจะติดมากกว่านี้ก็ได้(แต่อย่าติดฟุ่มเฟือยจนน้ำเน่าเชียวล่ะ!) การติดกรวยมากกว่า 1จุด จะช่วยให้ลูกปลาไม่ต้องเบียดแย่งกันกินมากนัก เมื่อใส่ใส้เดือนน้ำลงไป ลูกปลามันจะมารุมทึ้งอาหารเองครับ ควรใช้ระบบบุฟเฟ่ หมดก็เติมอย่าได้ให้เยอะเกินไป แต่อย่าให้อาหารขาดตกบกพร่องไม่เช่นนั้นลูกปลาอาจเกิดอาการสะดุดหยุดการเจริญเติบโตอย่างกระทันหันในช่วงนี้ (ผมเรียกว่า แป้ก ) ลูกปลาที่ขาดอาหารนาน ๆ จะมีโอกาสแคระแกรนและโตช้ากว่าลูกปลาที่ได้รับอาหารสม่ำเสมอครับ
ช่วงที่ลูกปลายังเล็กกว่า1 นิ้วพยายามอย่าเปลี่ยนน้ำนะครับ เพราะน้ำที่มีคลอรีน หรือ มีอุณภูมิเปลี่ยนแปลงกระทันหันอาจจะทำให้ลูกปลาตายยกครอก ล่มยกตู้ก็ได้ ค่อย ๆ ดูว่าโตขึ้นมาซัก 1นิ้วขึ้นไป และมีความแข็งแรงมากขึ้น จึงค่อย ๆ เปลี่ยนทีละนิด ๆ ครับ เน้นว่า.....ต้องระวังอย่าให้น้ำมีคลอรีน และ อย่าเปลี่ยนน้ำทีละมาก ๆ ......!!!
เมื่อปลาเริ่มโตได้ขนาดซัก 1 นิ้วขึ้นไป สามารถให้ทะเลเป็นอาหารหลักหรือจะสลับกับไส้เดือนน้ำก็ได้ หลังจากนั้นก็เหลือแค่เพียงขุน ๆ ๆ ๆ จนลูกปลาโตขึ้นเกิน 2 นิ้วถือว่าเข้าสู่ระยะปลอดภัยแล้วครับ ที่เหลือก็แค่เลี้ยงและลุ้น ยังไงให้มันโต สุขภาพดีและสวยดั่งใจคิดแล้วล่ะครับ อิอิอิอิอิ
เรื่องราวเกี่ยวกับการอนุบาลลูกปลาหมอสีคงจบอยู่เพียงเท่านี้ล่ะครับ แต่สุดท้ายผมคงต้องขอฝากเตือนไว้ซักนิ๊ดดดดดดดดดดด สำหรับผู้ที่คิดจะเพาะพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีดขึ้นมานะครับ ลูกปลา 1 ครอก ปริมาณไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ และไม่ใช่จะสวยสมบูรณ์ เพอร์เฟ็คไปซะทุกตัว อย่าลืมว่า ปลาพิการมีอยู่ทุกครอก เช่นเดียวกับปลาที่ไม่สวยก็มีไม่น้อยเช่นกัน ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะหาทางออกที่ดีให้ลูกปลาจำนวนมหาศาลเหล่านี้......กรุณาเห็นเรื่องที่ผ่านตามาทั้งหมด เป็นแค่....เรื่องอ่านเล่น นิยายรักหวานซึ้ง หรือ ภาพยนต์กำลังภายในก็ได้ แต่ขอร้อง....อย่าได้คิดจะเพาะพันธุ์มันขึ้นมาแล้วปัดความรับผิดชอบให้กับสังคมโดยการเอาปลาไปปล่อยตามแหล่งน้ำสาธารณะเลยครับ......อย่าให้คนทั่วไปมอง(หรือนักอนุรักษ์)มองคนเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาหมอสีครอสบรีดว่า เป็นพวกทำลายสิ่งแวดล้อมเลยนะ
ช่วย ๆ กันนะครับ~!!!!