"น้ำสะอาด" จัดว่ามีความจำเป็นอย่างมากอยู่แล้วครับสำหรับการเลี้ยงปลาทุกชนิด ไม่ว่าปลาเล็กปลาน้อย หรือ ปลาตัวโต ๆ ....และแม้ว่าปลาหมอสีครอสบรีดจะอึดปานใด แต่ยังไง ๆ ซะ เรื่องของน้ำก้อยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ดี น้ำที่สกปรกจะมีผลทำให้ปลาป่วยได้ง่าย และ อาจจะมีผลถึงขนาดมีปัญหาเรื่องเหงือกด้วยซ้ำ
ในน้ำประกอบด้วยแร่ธาตุและเคมีต่าง ๆ อยู่หลายชนิด ต่างแหล่ง ต่างที่มา คุณภาพของน้ำก้อแตกต่างกันไปครับ หลายคนยังเข้าใจคำว่าน้ำสะอาดแบบผิด ๆ อยู่ น้ำที่สะอาดสำหรับการเลี้ยงปลา ไม่ได้หมายความว่าน้ำใสปิ๊งนะครับ~! แต่หมายถึงมีแร่ธาตุและเคมี รวมถึงของเสียต่าง ๆ อยู่ในระดับที่ปลาสามารถอยู่ได้อย่างสบาย โดยปกติน้ำทั่วไปที่ใช้เลี้ยงปลาคือน้ำประปาซึ่งพักไว้ไม่ให้มีคลอรีน เรื่องเคมีต่าง ๆ จึงไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของเสียในตู้ปลานี่แหล่ะครับ~~!!! ซึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเสียได้ก็คือเรื่องของระบบกรองในตู้ปลา ซึ่งทุกวันนี้ระบบกรองชีวภาพเป็นที่นิยมกันมาก แต่หลาย ๆ คนยังไม่เข้าใจในเรื่องของการทำงานที่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
บทความในตอนนี้จะเป็นเรื่องของ ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลา ซึ่งเป็นบทความพิเศษของพี่ปิติ99แห่งเวปpantip.com ซึ่งผมได้ขออนุญาตินำมาเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจการทำงานในเรื่องของกรองชีวภาพในแบบที่เหมาะสมและถูกต้องกันครับ
จะเลี้ยงปลาอะไรก็ควรรู้เรื่องกรองนะขอรับ ไม่ว่าปลาอะโรฯยันปลาเข็มก็ต้องอยู่ในตู้ที่ต้องมีระบบกรอง จริงอยู่บางคนอาจเลี้ยงปลาโดยที่ไม่รู้เรื่องระบบกรองโดยที่ปลาก็ยังรักเจ้าของ ไม่หนีหายไปกับพี่ยมฯ แต่แหม..อุตส่าห์เข้ามาเล่นเน็ตในห้องปลาสวยงามทั้งที รู้เสียหน่อยหน่าาาาา รับรองรู้แล้วรุ่งแน่ครับ รุ่งเรืองนะครับไม่ใช่รุ่งริ่ง
มาม๊ะมาเริ่มกันดีกว่า
คือเพื่อน ๆ คงพอจะเคยเห็นปลากินอาหารใช่ไหมครับ แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมครับว่า ปลากินอาหารแล้วก็ต้อง"ขี้"ด้วย ขี้นี่แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของของเสียในตู้ปลา แล้วการที่เราดูดขี้ปลาไปทิ้ง หรือเก็บไว้ที่ใยแก้ว..นั้นไม่ได้หมายความว่าน้ำในตู้ปลาสะอาดเหมาะสมสำหรับปลาแล้วนะครับ ต่อให้เพื่อน ๆ ดูดขี้ออกจากตู้ปลา(ไม่ได้ให้ดูดลงคอไปเด้อ...) แต่น้ำก็ยังเสียอยู่ดีแหละครับ ยังไงก็ต้องมีระบบกรองครับ
ที่ไหนมี"ขี้"ที่นั้นก็จะเกิดแอมโมเนีย(NH4)-- (บ่ใช้แอมเสาวลักษณ์เด้อ) น้องแอมฯเนี้ยถือว่าเป็นสารตัวแรกที่เกิดจากขี้ปลาครับ แล้วก็อันตรายต่อปลาเรามากกกกกครับ เจอขึ้นสูงไม่มาก...เจ้าปลาเราก็ไปหาพี่ยมแล้วครับ เพื่อให้เพื่อน ๆ จำให้ง่าย ๆ ให้มองว่าเพื่อน ๆ แต่งงานกันน้องปลา เพื่อมีนางเอกก็ต้องมีตัวร้าย งานนี้ก็"น้องแอมฯ"แหละครับ ซึ่งอย่างไงก็ตามน้องปลาก็แพ้ทางน้องแอมฯครับ น้องปลาแกต้องหนีเพื่อน ๆ ไปหาพี่ยมแน่ ๆ ครับ (น้องแอมฯนี้ร้ายมากกกเลยนะครับ ถือว่าร้ายที่สุดของนิยายเรื่องนี้ครับ)
แล้วทำไงหละทีนี้
ณ ตรงนั้น จะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Nitrosomonas (บ่ต้องจำชื่อหรอกครับ เอาแค่เข้าใจว่ามีแบคทีเรียฝ่ายธรรมะเกิดขี้นเป็นพอครับ) ซึ่งเจ้านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ เรียกกว่าที่ไหนมีแอมโมเนีย..เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปเสียเงินหาซื้อมานะครับ มันมาเองครับ อย่างที่รู้ ๆ กันแหละครับ หนังน้ำเน่าเมืองไทย..ที่ไหนมีนางร้าย ที่นั่นก็มีผู้ช่วยนางเอกอยู่แล้ว
เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะกินแอมโมเนียครับ เจ๋งไหมครับ ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าแบคทีเรียต้องใช้อ๊อกซิเจนด้วยนะครับ แต่สารที่เกิดจากขั้นตอนนี้ซึ่งก็คือ"ไนไตรท์"(NO2)ก็ยังมีพิษต่อปลาของเราอยู่ดีแหละครับ แม้เจ้านี้จะไม่ร้ายเท่าน้องแอม แต่ก็อันตรายต่อน้องปลาของเรานะครับ ไนไตร์ทปริมาณไม่มากในตู้ปลาสามารถฆ่าปลาเราได้นะครับ ทำเป็นเล่นไป
อยุธยาไม่เคยยากไร้คนดีฉันใด ตู้ปลาเราก็ยังไม่หมดหนทางฉันนั้น
ผู้ช่วยนางเอกอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น (แบบนิยายน้ำเน่าเลยครับ ^_^ )
ณ จุดนั้น ก็จะมีแบคทีเรียอีกประเภทเรียกว่า Nitrobacter ซึ่งก็เช่นกันครับ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ต้องไปหาซื้อหรอกครับ เจ้านี้จะกัดกินไนไตร์ทครับ (ใช้อ๊อกซิเจนอีกเช่นกัน) แต่ก็จะได้"ไนเตรท"ในขั้นตอนนี้ "ไนเตรท"(NO3)เป็นสารที่เป็นพิษต่อปลาเราเช่นกัน แต่...โทษทีครับปลาเราสามารถทนต่อไนเตรทในปริมาณมากกว่าเจ้าแอมโมเนียหรือไนไตร์ทเป็นร้อยเท่าครับ
แล้ววิธีกำจัดเจ้าไนเตรทก็คือการเลี้ยงต้นไม้น้ำ เพราะต้นไม้น้ำจะใช้ไนเตรทเป็นอาหารในการเจริญเติบโตครับ แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้มีไม้น้ำเต็มตู้ก็กินไน- เตรทไม่ทันหรอกนะครับ ดังนั้นวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอครับ คำว่าสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่า วันเว้นวัน อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ละสองครั้งนะครับ
แม้มาตราฐานพิมพ์นิยมจะบอกว่าอาทิตย์ละครั้งที่ 30% นั่นเพราะคุณฝรั่งเมืองนอก เวลาเค้าจะเลี้ยงปลา เค้าจะศึกษาข้อมูลอย่างดีครับว่าตู้ขนาดที่เค้าเป็นเจ้าของนั้นเลี้ยงปลาอะไรได้บ้าง เลี้ยงได้แค่ไหน ไม่ใช่แบบพี่ไทยครับ ทำตามใจได้คือไทยแท้ บางคนก็เลี้ยงแออัดโคตร ๆ แบบหลาย ๆ คนที่อยู่ดี ๆ ก็หาซื้อปลาทอง ฯลฯ มาเท ๆ ใส่ตู้ หรือไม่ก็แบบคนรักอะโรฯ บ้านตัวเราก็แทบจะไม่มีรูอยู่ ดันซื้อตู้ใหญ่ ๆ มาใส่ อะโรฯตัวเดียว
เลี้ยงปลาแออัดก็ถ่ายน้ำถี่หน่อย เลี้ยงปลาหลวม ๆ ก็นาน ๆ ทีได้-- งานนี้ต้องดูนิสัยปลาด้วย ปลาบางตัวชอบน้ำใหม่ ถ่ายน้ำบ่อย ๆ ก็ดีเช่นปลาปอม ปลาทอง แต่ปลาบางตัวชอบน้ำเก่า ก็ต้องพยายามรักษาสภาพน้ำให้ดีแต่ยืดเวลาถ่ายน้ำไปอีกหน่อย
บอกอะไรให้ฟังไหมครับ น้ำเมืองไทยถูกมากนะครับ น้ำ1000 ลิตรไม่ถึง 20 บาท (ของผมยี่สิบครับเพราะผ่านโครงการ) อย่าประหยัดกันมากนัก รักจะเลี้ยงปลาก็เลี้ยงให้ดีครับ ถ้าขี้เกียจถ่ายน้ำให้ปลา แล้วมาอ้างว่าเปลืองน้ำด้วย...ผมว่าขี้เกียจอาบน้ำดีกว่าครับ ขี้เกียจเหมือนกันประหยัดน้ำเหมือนกันด้วยครับ
แต่ก็อย่าบ้าถ่ายเช้าถ่ายเย็น หรือถ่ายปริมาณมาก ๆ ระวังปลาจะแป๊กเอาด้วยนะครับ
พระท่านว่าให้เดินทางสายกลางครับ
แบคทีเรียสองชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นที่ไหนครับ คำตอบก็คือทุกทีแหละครับ ผนังตู้ เปลือกpower สายอ๊อกฯ ฯลฯ แต่นั้นไม่เพียงพอต่อการย่อยของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตู้ปลาครับ งานนี้ต้องมีระบบกรองครับ เพราะ80%ของแบคทีเรียจะอาศัยอยู่ในตู้กรองเราครับ ก็อยู่ที่วัสดุกรองแหละครับ
แหมจะให้ทำตัวไร้หลักแหล่ง ลอยไปลอยมาได้ไง คนเราก็ต้องมีบ้านฉันใด เจ้าแบคทีเรียก็ต้องมีบ้านฉันนั้นครับ
(ตรงนี้ขอแทรกครับ ด้วยเหตุผลนี้ที่ว่าแบคทีเรียจะอยู่ที่วัสดุกรอง ดังนั้นการใช้ระบบuvก็ไม่มีส่วนทำลายแบคทีเรียในกรองครับ เพราะแสงuvจะฆ่าแบคทีเรียที่ผ่านแสงนั้นโดยไม่สนว่าจะเป็นแบคทีเรียชนิดดีหรือไม่ดี แต่อย่างที่บอกครับมากกว่า 80% ของแบคทีเรียชนิดดีที่ย่อยของเสียในตู้ปลาจะอยู่ที่วัสดุกรองครับ)
ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกรองไงครับ จะกรองนอก กรองล่าง กรองข้างตู้ข้างเตียงอะไรก็ขอให้มีกรองนะครับ
แต่.....
เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับว่ารูปแบบของของเสียที่เกิดขึ้นมีอย่างไร
จากขี้->แอมโมเนีย->ไนไตร์ท->ไนเตรท
ทีนี้ถ้าเพื่อน ๆ มีระบบกรองที่สมบูรณ์คือเซ็ตตัวอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะในกรองเราจะมีแบคมีเรียที่พร้อมจะฆ่า กัด กิน ทำลาย (555 บ้าไปแล้วตรู)ของเสียทันทีทันใดที่เกิดขึ้น แต่....
ถ้าเป็นตู้ใหม่ ๆ กรองใหม่ ๆ หล่ะครับ
ตู้ใหม่ ๆ ที่กรองยังไม่เซ็ตตัวจะไม่มีแบคทีเรียที่ว่านะครับ แล้วเพื่อน ๆ จะสังเกตเห็นว่า แบคทีเรียเกิดขึ้นได้ต้องมีของเสียเกิดขึ้นก่อนครับ การที่มีของเสียเกิดขึ้นก่อน ซึ่งก็หมายถึงช่วงนั้นน้องปลาของเราต้องอยู่ในตู้ที่มีของเสียไงครับ...
"ทำไงดีอะ ผมรักน้องปลาท้อง(ว่ายทวนน้ำ)มากกกครับ อุตส่าห์ให้คุณแม่ไปสู่ขอ ไม่อยากให้เค้าต้องเจอในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีแหมแต่สักวันเดียวครับ" ปลาแมนกล่าว
ด้วยเหตุนี้ผมจึงนิยมให้เพื่อ ๆ เซ็ตระบบกรองแล้วทำให้ระบบกรองของเราสมบูรณ์ก่อนที่เราจะลงปลาตัวโปรดของเรา
ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าการ cycle tank (ขอดัดจริตให้หน่อยะครับ อิ อิ)
ไม่ยากอะไรครับ งานนี้ต้องอาศัยพี่บรู๊ช วิลลิช หรือ คุณจอน แม็คเคนแห่ง die hard ครับ
ไม่ต้องงงครับพี่ ภาษาประกิตเค้าบอกว่าให้เราใส่ hard fish หรือปลาที่ทน ๆ เช่นปลาทอง ปลาคร๊าฟ นี่แหละครับ เอามันมาทรมาณ 555 เลี้ยงมันไปก่อน ให้มันกิน ให้มันขี้ เพื่อให้เกิดแบคทีเรีย
ผมไม่เคยใช้หรอกนะครับปลาทอง ปลาคร๊าฟที่ว่า ผมใส่ตะเพียนเผือกตาแดงครับ ก็ใส่ไปเลยในตู้ ไว้ทดสอบคลอรีนด้วย เป็นแท็งค์เมทด้วย ทำให้กรองเซ็ตตัวในช่วงแรกด้วย คุ้มอิบหาย อิ อิ
ถามว่า"นานไหมครับ กล่าวระบบกรองจะเซ็ตตัวสมบูรณ์" ---- ไม่นานครับ ปกติก็ 40 วันครับ (นั้นแหละเป็นเหตุผลที่ผมจะเชียร์ให้เพื่อน ๆ ซื้อตู้มาล่วงหน้า เลี้ยงtankmate ไปก่อนในระวังที่เรามองหาอะโรฯตัวโปรด กว่าจะได้ปลาตัวโปรด กรองในตู้ก็สมบูรณ์แล้ว ปลาก็ไม่เครียด สีก็ดี สบายใจผู้เลี้ยง ^_^ )
บางคนอาจจะบอกว่าก็ทุกทีก็ซื้อตู้มา ล้างตู้ ใส่น้ำ เดินกรอง ใส่ปลา ก็เลี้ยงมาปกติ ปลาก็อยู่ดี โตด้วย ไม่เห็นตายเลย ไม่เห็นต้องซีเรียสอะไรเลย นั้นก็บังเอิญกว่าเพื่อน ๆ โชคดี ได้บักอึดมาเป็นนางเอกครับ ทนได้สารพัด ทนต่อสภาพแวดล้อมเลว ๆ ห่วย ๆ โดยที่ไม่ตายครับ แบบว่าบักอึดรักพี่มากค่ะ ชาตินี้จะอดทนเพื่อพี่แหละ พี่ที่แหละที่น้องจะอยู่ด้วย
อ้อ....เกือบลืมไป พอระบบกรองเช็ตตัวได้แล้ว อย่าดันทะลึ่งนะครับ ผ่านไป 40 วันแล้ว ตรูรอวันนี้มานานแล้ว เอาเลย...ว่าแล้วใส่ปลาที่อยากได้นักอยากได้หนาเข้าไปทีเดียวหลายตัว
ไม่ได้ ไม่ได้เลยนะครับ ทยอยใส่ปลาลงไปครับ ไม่ใช่ชั่วโมงละตัวนะพี่... โดยปกติแล้วเค้าว่าสัปดาห์ละตัวครับ
ไม่ยากเกินไปนะครับ