.....เมื่อวานนี้ขณะที่กำลังดูข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่ชายแดนลาว-พม่า ซึ่งมีขนาดความรุนแรงถึง 6.1ริกเตอร์ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนทำให้ผู้ที่อยู่ในตึกสูงของกรุงเทพฯรู้สึกถึงความโคลงเคลงได้ทีเดียว ตามข่าวรายงานเห็นว่าบริษัทที่อยู่ตามตึกสูงต่าง ๆ ต้องสั่งอพยพพนักงานและผู้คนออกจากตึกกันอย่างเร่งด่วน ดูข่าวไปก็บ่นไปเกี่ยวกับหายนะต่าง ๆ ทั่วโลกที่เกิดบ่อยขึ้นครั้งซะเหลือเกิน ระหว่างนั้นเสียงมือถือก็ดังขึ้นพร้อมโชว์ชื่อ พี่กรTCB เป็นที่รู้กันโดยที่ไม่ต้องรับโทรศัพท์ก็ได้ว่า ....ถึงเวลาเขียนต้นฉบับแล้วซินะ! (แน่นอนว่าเมื่อรับสายแล้ว....ก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ !)
อันที่จริง...ช่วงที่ผ่านมาผมค่อนข้างวุ่น ๆ กับภารกิจส่วนตัวจนไม่ค่อยได้มีเวลาหาข้อมูลและไอเดียมาเขียนพวกบทความที่เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนเคย ก็จะอาศัยวิธีหากินแบบเขียนนู้นเขียนนี่แก้ขัดไปเรื่อย ๆ แต่ในฉบับนี้มีคำสั่งสายฟ้าแล่บแปร๊บ ๆ มาแล้วว่าอยากจะให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการดูจุดเด่น หรือ พวกตำหนิของปลาหมอสีครอสบรีด.... แหม!! ในเมื่อทั่นบก.หย่ายยยขอมา ก้อต้องจัดให้ล่ะครับงานนี้!!!
เนื่องจากทุกวันนี้ปลาหมอสีครอสบรีด ยังถือว่าเป็นปลาสวยงามที่มีราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง และเมื่อยิ่งเลี้ยง โอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นก็มีค่อนข้างมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราคาของปลาหมอสีครอสบรีดโดยตรงก็คือเรื่องของตำหนิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในการคัดเลือกปลาเพื่อซื้อ-ขาย ส่วนการดูตำหนิปลาที่ดีนั้น ควรจะมีการดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนตั้งแต่ปลายปากจรดปลายหางกันเลยทีเดียว
ปาก
ลักษณะของปากปลา ควรจะเป็นลักษณะสมมาตร คือ ทั้งซ้ายทั้งขวามีขนาดเท่ากัน เมื่อมองด้านหน้าตรง แนวริมฝีปากปากจะอยู่ในแนวนอนได้รูป ไม่มีการบิดเบี้ยวโอนเอนไปทางใดทางหนึ่ง หรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดของชิ้นเนื้อฉีกขาด เวลาที่ปลาหุบปากนั้น ริมฝีปากชั้นนอกควรจะถูกเก็บเข้าไปจนหมด ไม่ควรมีเนื้อเยื่อยึดริมฝีปากหรือเนื้อเยื่อยึดขากรรไกรโผล่ออกมาให้เห็น ปากบนและปากล่างควรจะอยู่ในระดับที่สบได้กันพอดี ลักษณะริมฝีปากปากบนยื่นออกมาเกินปากล่างมาก ๆ หรือ ริมฝีปากปากล่างยื่นเกินปากบนมาก ๆ ถือว่าเป็นตำหนิ ปลาจะดูหน้าตาพิกล ๆ แต่หากใครที่ไปนั่งเพ่งดูปลาของตัวเองแล้ว เห็นว่าปากมันไม่หุบสนิทก็ไม่ต้องตกอกตกใจอะไรนะครับ การอาการอ้าปากเล็กน้อยเป็นอาการปกติของปลาไม่ถือว่าผิดปกติหรือเป็นตำหนิอะไร
ช่วงหน้า
อนุมานเอาว่าเป็นบริเวณจมูกล่ะกัน การดูส่วนนี้ขอให้นึกถึงช่วงหน้าของสาว ๆ เข้าไว้ครับ ลองนึกดูในใจว่าสาว ๆ หน้าใสจะมีลักษณะประมาณไหน ใช่แล้วครับ! ลักษณะที่ดีควรจะ....เนียน ๆ ....ใส ๆ .....เต่ง ๆ .....ตึง ๆ อ่ะน้านนน~~!! เริ่มแล้วใช่ไม๊ครับ- เริ่มเห็นภาพสาวน้อยหน้าใสสไตล์ Japanese Girlกันแล้วใช่ไม๊ครับ? ...ดีครับดี ถ้าเห็นภาพแล้วก็พอ...หยุดนึกได้แล้ว...อย่าให้ไปไกลกว่านั้น นั่นมันแค่เปรียบเปรย!!! คราวนี้กลับมานึกถึงภาพของหน้าน้องปลากันต่อ ลักษณะช่วงหน้า(จมูก)ปลาที่ดี ก็เช่นกันควรจะเรียบ ๆ ใส ๆ และเต่งตึง โดยส่วนใหญ่แล้วปลาอายุน้อยผิวหน้ามักจะดูเรียบ ๆ ไปเลย แต่ในบางตัวที่มีเนื้อช่วงนี้มากหน่อย หรืออายุเยอะหน่อยก็อาจจะมีร่องรอยแห่งวัย ที่มีลักษณะย่น ๆ เกิดขึ้นได้ อันนั้นไม่ว่ากันเพราะมันไม่ใช่ปัญญาไม่ใช่ตำหนิ แต่ปัญหาคือ หากแต่มันเกิดมีหลุมมีบ่อ มีสิว มีตุ่ม มีหนอง ขึ้นมา นั่นแหล่ะครับ ที่เรียกได้ว่าตำหนิของจริงเลย การที่มีหลุมมีบ่อบริเวณหน้านั้น อาจจะเกิดจากโรคหัวเป็นรู(Hole in the head) ซึ่งเกิดจากเชื้อปรสิตประเภทหนึ่ง ปรสิตจะทำลายเนื้อเยื่อบริเวณช่วงหน้าปลาจนเป็นแผลคล้ายหลุม หากเป็นน้อยและรักษาได้ทัน หลุมนั้นอาจจะหายไปได้(ในกรณีที่ปลายังสามารถสร้างเซลล์ขึ้นมาทดแทนได้นะ) แต่หากเป็นหลุมใหญ่ ๆ แล้วละก็ อาจจะกลายเป็นตำหนิชั่วชีวิตเลยก็ได้ครับ ปลาหมอสีครอสบรีดที่มักจะเป็นโรคหัวเป็นรูบ่อย ๆ คือ เท็กซัสแดง ส่วนลักษณะที่เป็นหนอง บางประเภทสามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องมั่นใจนะครับว่ารักษาเป็น ถ้ารักษาไม่เป็นอย่าได้เสี่ยงซื้อมาดีกว่าครับ
ช่วงหัว
อนุมานอีกทีว่าประมาณช่วงหน้าผากหรือโหนกนะครับ ไอ้เรื่องโหนกเล็กเรื่องใหญ่ โหนกใหญ่เรื่องเล็กอะไรทั้งหลายนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของตำหนิปลา แต่เป็นลักษณะเฉพาะของปลาตัวนั้น ๆ ส่วนที่จะนับเป็นตำหนิได้ก็ เช่น ช่วงโหนกมีรอยแผล-รอยถลอกชนิดรุนแรงที่ไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้ หรือมีร่องรอยเป็นรู/หลุม หรือจะเป็นเม็ดเหมือนสิว หรือเป็นติ่งเหมือนเนื้องอก หรือเป็นก้อนเหมือนหูด เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นตำหนิทั้งสิ้น ส่วนการที่มีลักษณะเหมือนรูนั้น ก็อาจจะเกิดจากปรสิตตัวเดียวกับที่เกิดกับช่วงหน้าก็ได้ อีกจุดหนึ่งที่วนเวียนอยู่กับบริเวณโหนกก็คือ ความสมดุลของลักษณะโหนกปลา หลายคนอาจจะเคยเห็นนะครับที่ปลาหัวโหนกใหญ่ ๆ บางตัวหัวพองขึ้นมาอย่างผิดรูป คือเมื่อมองด้านหน้าตรงเข้าไป ก้อนโหนกอาจจะเบี้ยวไปทางซ้าย-ทางขวา หรือ ขึ้นรูปอย่างไม่สมดุลกัน อาจจะทางขวาใหญ่กว่าซ้าย หรือ ทางซ้ายใหญ่กว่าขวาก็แล้วแต่ ในกรณีนี้บางคนนับว่าเป็นตำหนิ แต่บางคนก็ไม่แคร์ครับ(ขอให้บึ้ม ๆ เข้าไว้เป็นพอ) แต่ที่ต้องนับเป็นตำหนิแน่นอนคือ หัวบุบเข้าไปครับ คือบุ๋มมากจนโหนกดูผิดรูปไปเลย ตำหนิลักษณะแบบนี้มีให้เห็นบาง แต่ก็ไม่บ่อยนัก แต่ถ้าจะให้ดี เลือกตัวที่โหนกดูสมดุลกันทั้งซ้ายและขวา+ไม่มีร่องรอยผิดปกติจะดีกว่าครับ
ตา
สีตาของปลาไม่มีกำหนดชัดเจนแน่นอน ทั้งนี้ต้องว่ากันไปตามสายพันธุ์ เช่น ตาแดง , ตาเหลือง , ตาเหลืองอมแดง , ตาขาว ทั้งหมดนี้ไม่ถือว่าเป็นตำหนิของปลาโดยตรง ยกเว้นแต่ว่าลักษณะสีสันของตาปลานั้นจะผิดไปจากกติกาสากล เช่น ฟลาวเวอร์ฮอร์น ตามกติกาทั่วไปคือต้องมีลักษณะตาสีแดง แต่หากเป็นสีขาวหรือเหลือง ก็อาจจะถูกจัดเข้าข่ายตำหนิปลาได้เหมือนกัน (แต่ถ้าคิดจะเลี้ยงเล่น ๆ ไม่อิงกติกาใด ๆ ตาปลาจะสีไหนก็ได้ครับ)
ลักษณะดวงตาปลาควรจะสดใส ไม่ขุ่น ไม่มัว ลูกตาควรจะอยู่ในระดับเบ้าตาพอดี ไม่อยู่ลึกเกินไปจนดูตาบุ๋ม หรือ ล้ำออกมาจากเบ้าตามากเกินไปจนดูตาโปน เมื่อมองหน้าตรง ระดับตาทั้งสองข้างจะต้องเท่ากัน
แก้ม+เหงือก
ส่วนที่เป็นรอยต่อระหว่างช่วงหัวและช่วงลำตัวของปลา ปกติจะเป็นจุดที่ปลาหมอสีใช้แลกเปลี่ยนอ๊อกซิเจนในน้ำ แบ่งเป็น 2 ชั้น คือส่วนเหงือกแข็ง และเหงือกอ่อน ส่วนของเหงือกแข็งจะอยู่ด้านนอกติดกับแก้มปลา และมีเหงือกอ่อนลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อบาง ๆ อยู่ด้านใน การดูตำหนิบริเวณเหงือกและแก้มปลานั้นไม่ถือว่ายากครับ แต่หลายคนไม่ค่อยสังเกตกัน ตำหนิที่เกิดขึ้นให้เห็นบ่อย ๆ นั้นจะมีลักษณะที่เรียกว่า เหงือกบุบ หรือ เหงือกบุ๋ม ลักษณะตำหนิของเหงือกปลาแบบนี้ ให้สังเกตที่แก้มปลาจะแลดูยุบตัวลงไปมากกว่าลักษณะเหงือกปลาปกติ หรืออาจจะคล้ายคนแก้มตอบ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งข้างเดียวและสองข้าง อันนี้ต้องหมั่นดูปลาปกติบ่อย ๆ นะครับ จะได้เกิดการเปรียบเทียบได้ง่าย
ถัดจากแก้มมาอีกหน่อยก็จะเป็นช่วงเหงือกแข็ง ซึ่งตำหนิที่ชัดเจนคือ ปลายของเหงือกแข็งจะมีอาการม้วน พับ หรืออ้าออกมากกว่าปกติ บางตัวเหงือกม้วนเป็นวงห่อตัวเป็นโรตีกันเลยทีเดียว ตำหนิลักษณะแบบนี้ถือว่ารุนแรงและยากที่จะหายได้ บ้างก็ว่าสาเหตุเกิดจากสภาพน้ำสกปรก บางก็ว่าเกิดจากออกซิเจนในน้ำมีน้อย บ้างก็ว่าเกิดจากการเลี้ยงในสภาพพื้นที่ที่แออัดจนเกินไป แต่ไม่ว่าจะเกิดจากอะไร ตำหนิแบบนี้ก็ไม่ดีทั้งนั้นแหล่ะครับ บางตัวมองผ่าน ๆ อาจจะเห็นว่าเหงือกปลาปกติดี แต่ถ้าหากไม่สังเกตดี ๆ อาจจะพลาดก็ได้ เพราะนอกจากเหงือกแข็งจะสามารถม้วนหรือพับได้แล้ว เหงือกอ่อนเองก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นเวลาจะเลือกปลา ลองให้เวลาในการพิจารณาส่วนนี้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกซักนิดก็ดีนะครับ
ครีบว่าย+ครีบกระโดง+ครีบอก+ครีบก้น+ใบหาง
เครื่องครีบต่าง ๆ ควรเลือกลักษณะเครื่องครีบที่สมบูรณ์ มีขนาดใหญ่เหมาะสมกับขนาดของตัวปลา หากเวลาว่ายครีบกระโดงบน ล่าง และ หาง แผ่ขยายกางออกมาถือว่าเป็นลักษณะที่ดี ทำให้ปลาว่ายได้อย่างสง่าดูดีมีราศียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากครีบบนและล่างแผ่ออกมาแล้วบรรจบเข้ากับใบหางได้สนิทด้วยแล้ว จะถือว่าเป็นลักษณะที่ดีที่สุด ในกรณีเรื่องขนาดของเครื่องครีบและใบหางนั้นขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบหางเล็ก
สำหรับการดูรายละเอียดความสมบูรณ์ของเครื่องครีบต่าง ๆ นั้นดูจากลักษณะเช่น กระโดงบน/ล่าง และหางนั้นไม่ควรหัก พับ หงิกงอ ห่อเหี่ยว หรือ ฉีกขาด โดยเฉพาะกระโดงบนเมื่อแผ่เครื่องเคราออกมาแล้ว ก้านครีบแต่ละอันควรจะตั้งขึ้นทั้งหมด หากมีก้านส่วนที่ล้มอยู่ถือว่าเป็นข้อด้อย สำหรับครีบว่าย หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า หู นั้น หากเป็นในงานระดับประกวดเมื่อสมัยก่อน ครีบว่ายที่หงิกงอจัดว่าเป็นตำหนิเช่นกัน (ซึ่งอาจจะเกิดจากการตักปลาอย่างรุนแรง หรือ มีการกัดกันจนครีบว่ายเสียหาย) แต่ปัจจุบันนักเลี้ยงปลาหลาย ๆ คนไม่ค่อยให้ความสำคัญ และ มองข้ามในรายละเอียดตรงนี้ไป ซึ่งทั้งที่จริงแล้วครีบว่ายพอจะบอกได้ในระดับหนึ่งว่าปลาได้รับการดูแลหรือเคลื่อนย้ายเป็นอย่างดี
เคยสงสัยไม๊ครับว่าเครื่องครีบปลามีไว้ทำหน้าที่อะไร อธิบายให้ง่ายและเห็นภาพหน่อย ครีบปลาก็จะทำหน้าที่แทนแขนแทนขาของสัตว์บกไงครับ ส่วนประกอบของครีบปลาจะประกอบด้วยก้านครีบ และ พังพืด ส่วนโคนของก้านครีบจะเชื่อมต่อกับข้อต่อของกระดูกและกล้ามเนื้อปลา ซึ่งกล้ามเนื้อส่วนนี้แหล่ะครับที่เป็นปัจจัยสำคัญในการบังคับครีบให้สามารถขยับได้ เมื่อปลาจะทำการใช้โบกเวลาว่ายน้ำ ส่วนของพังพืดจะแผ่เชื่อมโยงระหว่างก้านครีบแต่ละก้านจนดูรวมกันเป็นใบครีบ ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการทรงตัวและบังคับทิศทางในการว่ายน้ำของปลา
ตำหนิที่พบเห็นได้บ่อยครั้งสำหรับครีบปลานั้นก็คือ การที่ส่วนของพังพืดไม่แผ่ไปเชื่อมโยงกับครีบว่ายเต็มใบอย่างที่ควรจะเป็น แต่อาจจะมีการฉีกขาดแล้วไม่เกิดการเชื่อมต่อของพังพืด หรือมีการขึ้นของก้านครีบที่ผิดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ก้านครับหัก พับ แตก อันมีสาเหตุมาจากการต่อสู้ อุบัติเหตุระหว่างการย้าย หรือความพิกลพิการของตัวปลาเองก็ได้
อีกตำหนิที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่นกันสำหรับเครื่องครีบของปลาหมอสีคือ มีตุ่มคล้ายเม็ดสิวอยู่ตามก้านหรือใบครีบ ซึ่งตุ่มหรือสิวนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะในด้านความสกปรกของน้ำ การหมักหมมของใยกรองเศษอาหาร การปะปนของเชื้อโรคและปรสิตต่าง ๆ ตำหนิลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นกับปลาที่มีขนาด 5นิ้วขึ้นไป โดยเฉพาะปลาขนาดใหญ่ ๆ จะยิ่งพบเห็นได้ง่ายขึ้น
สำหรับใบหางของปลานั้น เมื่อเวลาปลาว่ายควรจะกางใบหางออกมาเต็มใบ การที่หางห่อเหี่ยว หรือ ว่ายลู่นั้นถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ดีนะครับ
ลำตัว
ลักษณะของลำตัวปลาหมอสีที่ดี ควรจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างความกว้างและความยาวของตัวปลาที่เหมาะสม รูปร่างไม่ควรจะยาวหรือดูคอดเกินไป โครงสร้างของลำตัวจะต้องไม่โก่ง คดงอ หรือ บุบ ในการเลือกซื้อควรจะพิจารณาจุดนี้ให้ดี ๆ เพราะปลาบางตัวที่มีลักษณะดังกล่าวหากเป็นปลาที่มีนิสัยไฮเปอร์ว่ายไม่ยอมหยุด หรือ หันไปหันมาตลอดเวลา จะทำให้มองเห็นตำหนิเหล่านี้ได้ยาก เพราะโดนแอ๊คชั่นของตัวปลากลบเกลื่อนความคดงอซะหมด รูปทรงด้านข้างรอบนอกของตัวปลา(Body Line)ควรจะมีความโค้งมนที่เหมาะสม ไม่มีขยักที่แสดงให้เห็นถึงความผิดรูปของโครงสร้างกระดูกในตัวปลา
ลักษณะของเกล็ดปลาจะต้องเรียงตัวต่อกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีเกล็ดที่ขึ้นซ้อนทับกัน หรือร่องรอยถลอกที่ทำให้เกล็ดปลาบริเวณนั้นหายไป
ข้อหาง
ข้อหางคือเป็นส่วนเชื่อมโยงระหว่างลำตัวและใบหาง ซึ่งข้อหางปลาที่ดีควรจะมีสัดส่วนที่สมดุลกับลำตัวและหางของปลา แนวของข้อหางควรจะอยู่ในระดับแนวนอนไม่ชี้ขึ้น-ลง หรือเอียงซ้าย-ขวา ข้อหางที่แคบและยาวเกินไปจะทำให้ปลาดูเก้งก้างและลดความสวยของตัวปลาได้ ในส่วนของข้อหางมักจะตำหนิในเรื่องของความคดงออันเกิดจากกระดูกปลาที่ผิดรูป ซึ่งพอจะแบ่งออกได้ดังนี้...
(1) ข้อหางกระดก คือลักษณะของข้อหางผ่านออกมาจากลำตัวแล้วมีปลายที่ชี้ขึ้นด้านบน พบเห็นได้บ่อยในปลาตระกูล Super Red Syn หรือปลาสไตล์ช็อตบอดี้ต่าง ๆ
(2) ข้อหางตก คือลักษณะของข้อหางที่ผ่านออกมาจากลำตัวแล้วมีปลายที่ชี้ลงข้างล่าง ทำให้ดูเหมือนปลาหมดสง่าราศี ปลาขนาดใหญ่บางตัวที่ข้อหางตกมาก ๆ เวลาที่ปลาว่ายน้ำเลียดต่ำไปกับพื้นตู้ ใบหางแตะไปกับพื้นตู้เป็นไม้กวาดไปเลยก็มี เคสนี้อาจจะไม่พบเห็นได้บ่อยนักในปลาขนาดเล็ก แต่จะเห็นชัดเจนเมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อส่องกันให้ดี ๆ นะครับ
(3) ข้อหางดุ้ง เป็นศัพท์เทคนิคที่เข้าใจว่าน่าจะมาจากคำว่า สะดุ้ง หรือประมาณว่ารถยนต์ไปชนอะไรซักอย่างมา แล้วฝากระโปรงรถสะดุ้งเปิดขึ้นมาแล้วปิดลงไปไม่ได้ เพราะ เกิดการเสียศูนย์+คลาดเคลื่อนของตัวล็อค โอยยยย..ย.ย.ย.ย....!!! จะอธิบายให้มันวุ่นวายยุ่งยากให้มันเปลืองหน้ากระดาษทำไมล่ะเนี่ย ก็บอกไปเลยซี๊~~ว่าลักษณะแกนมันไม่ได้แนว ใช่แล้วครับ แกนข้อหางจากลำตัวปลาไปยังใบหางที่ควรจะตรง ๆ แต่เมื่อมันบิด คด บุบ งอ เค้าจะเรียกกันว่า ดุ้ง อาการข้อหางดุ้งถ้าดุ้งให้เห็นกันจะๆ ก็สามารถดูได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นลักษณะแอบดุ้ง มองผ่าน ๆ แทบจะไม่รู้เลยครับ โดยเฉพาะปลาที่มีขนาดเล็กยิ่งทำให้ดูได้ยาก ต้องค่อย ๆ เพ่งกันให้ดี เพราะของแบบนี้ยิ่งโตยิ่งเห็นความเป็นตำหนิได้อย่างชัดเจน

ท่อเพศ+รูทวาร
เท่าที่ผ่านมาไม่ว่างานประกวดงานไหนทั้งไทยทั้งเทศ ผมเองก็ไม่เคยเห็นใครให้คะแนนการตัดสินการประกวดปลาด้วยการให้คะแนนเรื่องท่อเพศและรูทวารเลยครับ (อ้าววว...แล้วเอามาเขียนทำไมฟร่ะ!!!) ใช่ครับ ท่อเพศและรูทวารมักจะไม่มีผลในเรื่องของตำหนิด้านความสวยงาม แต่ในด้านสุขภาพปลามันพอจะบอกได้ครับ ก่อนเลือกซื้อเลือกหา ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจะก้มดูซักนิดก็ไม่เสียหาย หากเห็นว่าท่อเพศ หรือ รูทวารมีลักษณะเป็นจ้ำแดง มีอาการบวมช้ำ อักเสบ เป็นหนอง ขี้ขาว เหล่านี้ก็พอจะบอกได้แล้วครับว่าปลาอาจจะมีตำหนิหรือปัญหาทางด้านสุขภาพ ซึ่งเมื่อคุณซื้อไปแล้วปัญหาเหล่านี้อาจจะรุนแรงขึ้นได้หากทำการรักษาไม่เป็น ดีไม่ดีเลี้ยงได้ไม่นานปลาอาจจะได้ไปเยี่ยมท่านยมฯ แบบปัจจุบันทันด่วนให้คุณเสียตังค์ฟรีซะงั้น!!!
เมื่อพูดถึงตำหนิที่ทำให้ตัวปลาดูไม่สวยกันไปแล้ว คราวนี้จะขอวกมาที่เรื่องความสวยของตัวปลากันบ้างนะครับ ลักษณะของปลาสวย จริง ๆ อยากจะบอกว่าใครชอบแบบไหนก็เรียกว่าแบบนั้นแหล่ะสวย เลี้ยงแล้วhappy มีความสุขก็โอเชแล้ว บางคนหมดเงินไปกะค่าตัวปลาหลายหมื่นบาทยังไม่ได้พอใจกับปลาที่เลี้ยงในตู้เล้ยยยย ในขณะที่บางคนได้ปลามาไม่กี่บาท ไม่กี่สตางค์ แต่กับมีความสุขที่ได้ชื่นชมมันมากกว่าซะอีก อันนี้ก็เป็นเรื่องของความรู้สึกแล้วล่ะครับ แต่ทีนี้เมื่อคำว่าความสวยถูกตั้งเป็นกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการประกวด เราก็ต้องศึกษากันไว้บ้าง เผื่อจะได้เป็นมาตรฐานในการคัดเลือกปลาไม่ว่าจะเพื่อเลี้ยง เพื่อซื้อ หรือเพื่อขาย เอาล่ะครับ เรามาลองดูมาตรฐานความสวยของปลาหมอสีครอสบรีดกันคร่าว ๆ นะครับ....

หัวโหนก
ในแง่มาตรฐาน ความโหนกของปลาหากสมดุลกับร่างกายแล้วถือว่าดี แต่ในแง่การซื้อขายในท้องตลาด ยิ่งใหญ่ ยิ่งระเบิด ยิ่งเวอร์ ยิ่งดีมีราคา ลักษณะการขึ้นโหนกที่ดีควรจะยกขึ้นเกินไหล่บน เมื่อเข้ากับหน้าปลาแล้ว หากดูเป็นก้อนกลมเด่นเห็นชัด หรือ อลังการได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี
หน้า
ปลาที่มีโครงสร้างช่วงหน้าขนาดใหญ่จะถือว่าสวยกว่าปลาหน้าเล็ก เพราะเมื่อมองดูแล้วจะดูมีความสง่างาม น่าเกรงขามมากกว่า และเมื่อมองหน้าตรง ปลาที่มีหน้ากว้างก็จะดีกว่าปลาที่มีลักษณะหน้าลีบหน้าตอบ โดยรวมความหนาของช่วงหัวที่ใหญ่จะได้เปรียบปลาที่มีช่วงหัวเล็กครับ
สี
ความแดงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอีกอย่างที่ทำให้ปลาหมอสีครอสบรีด ดูโดดเด่นสะดุดตาน่ามอง ความแดงของปลาหมอสีเองก็มีหลายโทน แล้วแต่สายพันธุ์ อาจจะเป็นแดงสด , แดงเข้ม , แดงอิฐ , แดงลิ้นจี่ , แดงซึม , แดงอมชมพู , ฯลฯ แต่หากจะให้พูดรวม ๆ แดงจัดเท่าไหร่ และ แดงลามกินเนื้อที่ร่างกายได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี โดยเฉพาะปลาที่แดงลามข้ามหัว ปิดแก้ม หรือที่เรียกกันว่า หน้ากาก ถือว่าเป็นข้อดีมาก ๆ สำหรับปลาหมอสีครอสบรีด
มุก
มุกที่ดูโดดเด่น เห็นชัด แพรวพราว ถือว่าเป็นมุกที่มีคุณภาพดี ส่วนมุกที่ขึ้นจาง ๆ ดูจืดชืดถือว่าเป็นลักษณะที่ดูไม่โดดเด่น และไม่ว่าปลาตัวนั้น ๆ จะมีมุกลักษณะเป็นจุด เป็นขอบเกล็ด เป็นเส้นก็ตาม ความหนาและคมชัดของมุกถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากปลามีมาร์ค..มุกที่ขึ้นล้อมรอบมาร์คกิ้งได้เต็มถือเป็นข้อดี และหากมุกลามขึ้นครอบหัว+แก้ม+เครื่องครีบได้จะยิ่งดีมาก
มาร์คกิ้ง
มาร์คกิ้งหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ มาร์คกิ้งที่เป็นคำ ๆ กับมาร์คกิ้งที่เป็นเส้น โดยปกติปลาหมอสีครอสบรีดรุ่นเดิม ๆ ส่วนใหญ่มาร์คกิ้งจะมีลักษณะเป็นคำ ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เมื่อก่อนนักเลี้ยงปลามักจะเรียกกันว่า ดอกเหม๋ย หรือ ตีความกันไปว่าเป็น อักษรจีน ต่าง ๆ นานา (แน่นอนว่าเมื่อเข้ามาเมืองไทย มาร์คกิ้งจะถูกตีความเป็นตัวเลขซะทุกที) ในกติกางานประกวดหลาย ๆ งาน จะไม่นับคะแนนในส่วนของมาร์คกิ้ง แต่ในตลาดปลาหมอสีครอสบรีดนั้น มาร์คกิ้งเป็นส่วนสำคัญในการเลือกซื้อทีเดียว มาร์คกิ้งที่ดีนั้นจะต้องยาวตลอดลำตัวตั้งแต่หลังดวงตา(หรือเหงือก) ไปจนถึงปลายข้อหาง การเว้นวรรคจะต้องมีช่องไฟที่สวยงาม ไม่ห่างกันมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นจะนับว่าเป็นปลา มาร์คขาด
ปัจจุบัน เราจะพบเห็นว่าปลาหลาย ๆ ตัวมีมาร์คที่ผสมกันทั้งมาร์คกิ้งที่เป็นคำ และ มาร์คกิ้งที่เป็นเส้น เช่น ครึ่งหน้าเป็นมาร์คคำ-ครึ่งหลังเป็นมาร์คเส้น หรือครึ่งหน้าเป็นมาร์คเส้น-ครึ่งหลังเป็นมาร์คคำ แต่ไม่ว่าจะเป็นมาร์คคำ หรือ มาร์คเส้น หรือจะผสมกันก็ตาม ขอให้การวางตัวของมาร์คกิ้งยาวตลอดลำตัวได้ถือว่าสวยทั้งนั้นครับ
ลำตัว
เมื่อมองภาพรวมแล้วความกว้างของลำตัวดูสมส่วนกับความยาวถือว่าเป็นปลาที่มีโครงสร้างทางร่างกายที่สวยงาม โดยเฉพาะปลาที่ลำตัวกว้างมากจะยิ่งดูได้เปรียบ ในขณะที่ปลาลำตัวยาวจะถูกจัดเป็นข้อด้อย แต่หากความกว้างของร่างกายปลาใกล้เคียงหรือมากกว่าหรือเท่ากับความยาวของลำตัวปลา จนทำให้ปลามีลักษณะของลำตัวที่ค่อนไปทางทรงกลม ปลาเหล่านี้จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของประเภทช็อตบอดี้
ความหนาของลำตัวก็เป็นสิ่งสำคัญ ความหนาของลำตัวที่ดูเหมาะสม จะทำให้ปลามีความบึกบึน แข็งแรง และความสง่าอยู่ในตัว แต่หากปลามีความหนาน้อยเกินไปจะดูเหมือนปลาผอมและไม่ค่อยสมบูรณ์ ในขณะที่ปลาอ้วนเกินไปก็จะทำให้ดูรูปทรงดูอุ้ยอ้าย หรือท้องป่องคล้ายปลาป่วย(ทั้งที่จริงอาจจะไม่ได้ป่วยก็ได้ครับครับ...แค่ลงพุงเท่านั้นเอง!!!)
เครื่องครีบ
ครีบต่าง ๆ ควรจะมีความสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยการฉีกขาด หรือมีบาดแผลตำหนิอื่น ๆ ครีบกระโดงและครีบก้น(ชายน้ำบนและล่าง)มีลักษณะแผ่กว้าง หางมีขนาดใหญ่และกางเต็มใบ ถือเป็นลักษณะปลาที่มีบุคลิกดี โดยเฉพาะหากปลาตัวนั้น ๆ มีชายน้ำบนและล่างที่เมื่อแผ่ออกมาแล้วสามารถประกบปิดไปกับใบหางได้มิดพอดี จะถือว่าเป็นลักษณะของปลาที่ดีมาก (ถ้าจำไม่ผิด...คุ้น ๆ ว่าเคยเห็นตามรายละเอียดการประกวดปลาบอกไว้ว่า ภาษาจีนเรียกปลาลักษณะนี้ว่า เปาบ้วย)
ลักษณะของเครื่องครีบและใบหาง หากมีลวดลาย สีสัน และมุก แทรกอยู่อย่างชัดเจนจะถือว่าเป็นข้อดี
รายละเอียดหลัก ๆ ของการดูปลาหมอสีครอสบรีดทั้งข้อดีและตำหนิ ที่ผมพอจะนึกได้ก็คง อยู่ประมาณนี้แหล่ะครับ ส่วนที่เหลือต้องอาศัยประสบการณ์ในการดูปลากันเอาเอง
ฝึกดูบ่อย ๆ ยิ่งดีครับ เดี๋ยวนี้งานประกวดปลาก็มีจัดกันให้เห็นบ่อยครั้งมากขึ้น ตลาดซื้อขายปลาก็มีเยอะขึ้นทั้งในอินเตอร์เน็ต ปลาร้าน ปลาบ้าน เต็มไปหมด แถมราคาค่าตัวปลาสวย ๆ ก็ถูกลงอย่างมากอีกด้วย ว่าง ๆ ลองหาเวลาไปดูกันนะครับ เชื่อว่าถึงนาทีนี้เพื่อน ๆ ทุกคนคงจะได้มีปลาหมอสีครอสบรีดสวย ๆ ประดับบ้านกันแน่นอนครับ