....ขึ้นชื่อว่าการค้าการขาย ไม่ว่าจะขายแบบมีหน้าร้าน ขายแบบเปิดท้าย หรือขายในอินเตอร์เน็ตก็ตาม ต่างก็สามารถเกิดเหตุการณ์การหลอกลวงเพื่อการซื้อขายได้ทั้งสิ้น ซึ่งคำว่าการหลอกลวงนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาคุณสมบัติเกินความเป็นจริง การให้ข้อมูลของสินค้าอันเป็นเท็จ การปิดบังข้อมูลของสินค้า หรือการสับเปลี่ยนสินค้าตามที่เคยได้ทำการตกลงซื้อขายกันไว้
ในสังคมปัจจุบันมีรายการโทรทัศน์นำเอากลเม็ดเด็ดพรายต่าง ๆ ของเหล่ามิจฉาชีพมาตีแผ่นำเสนอเพื่อให้ประชาชนได้เกิดความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีหน่วยงานทางราชการที่มีหน้าที่คอยดูแลปกป้องสิทธิของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถนำปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปร้องเรียนได้ แต่ใช่ว่าหน่วยงานเหล่านี้จะเป็นเทวดาที่จะมาคอยช่วยเหลือได้ในทุก ๆ กรณี ดังนั้นในเบื้องต้นการที่เราจะหันมาระมัดระวังตัวเราเองน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจจะเข้าข่ายวัวหายแล้วล้อมครอก
ในโลกสังคมของปลาหมอสีครอสบรีดนั้น สำหรับผมเองก็มีหน้าที่คลุกคลีอยู่กับเวปไซท์ปลาหมอสีครอสบรีด www.FishRooM.org มาพอสมควร ได้รู้ได้เห็นปัญหานานาประการต่าง ๆ มาก็ไม่น้อย ซึ่งในส่วนของปัญหาที่พอจะป้องกันได้ในเบื้องต้น เราก็จะทำการจัดระบบให้ แต่ปัญหาบางอย่างเราไม่สามารถดูแลให้ได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นก่อนที่ปัญหาจะเกิดซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ ขึ้นมาอีก ผู้ที่ตั้งใจจะใช้บริการทางการค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายก็ควรจะรับทราบถึงข้อพึงระวังต่าง ๆ ในการใช้บริการไว้ด้วยจะเป็นภูมิคุ้มกันตัวเองที่ดีที่สุดครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้คุณเสียเวลา เสียทรัพย์สิน รวมไปถึงเสียความรู้สึกกับการค้าผ่านโลกออนไลน์ได้ นอกจากนี้รายละเอียดต่างๆยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของมารยาทในการซื้อขายทางเน็ตอีกด้วย
1. วิจารณ์สินค้าของผู้อื่นเชิงลบในการประกาศซื้อขาย
โดยปกติตามเวปไซท์ปลาหมอสีจะแบ่งสัดส่วนเอาไว้เป็นส่วนของเวปบอร์ดและส่วนของตลาดซื้อขาย ซึ่งในส่วนของเวปบอร์ดนั้น จะมีกระทู้เนื้อหาต่าง ๆ ที่เปิดรับการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ และในส่วนของตลาดซื้อขายจะเป็นที่สำหรับผู้ที่ต้องการลงประกาศเพื่อแสดงความต้องการในการซื้อหรือขายสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลา อุปกรณ์การเลี้ยง หรือบริการต่าง ๆ ซึ่งผู้ขายจะโพสต์บอกคุณสมบัติของสินค้า และราคาที่ต้องการจะขาย หากผู้ที่เข้ามาอ่าน ผู้ที่ไม่สนใจในตัวสินค้าหรือราคาก็จะผ่านไป แต่สำหรับคนอ่านที่เกิดความสนใจก็จะติดต่อสอบถามไปยังผู้ขายเองโดยตรง ในส่วนของการต่อรองราคาในการซื้อขายนั้นจะจบลงก็ต่อเมื่อผู้ซื้อและผู้ขายมีความพอใจที่ตรงกัน ผู้ขายได้ราคาตามที่ต้องการ ส่วนผู้ซื้อก็พอใจในสินค้าที่ตนเองได้รับ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิทธิและวิจารณญาณส่วนบุคคล ซึ่งแน่นอนว่าความพอใจของแต่ละคนย่อมไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้นโดยมารยาทของการซื้อขายแล้ว ผู้ที่เข้าไปอ่านแล้วยังไม่พอใจในตัวสินค้าและราคาก็ควรจะมองข้ามไป โดยไม่จำเป็นจะต้องเอาตัวเองไปเป็นมาตรฐานแสดงความคิดเห็นในทางลบให้กับตัวสินค้านั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพของสินค้าและราคา
ส่วนผู้ที่โดนผู้อื่นวิจารณ์ในทางที่ไม่เหมาะสมในประกาศของตนเองนั้น โดยปกติตามเวปไซท์จะมีคำสั่งแจ้งลบข้อความที่ไม่เหมาะสมให้อยู่แล้ว คุณสามารถที่จะทำการแจ้งลบได้ทันทีที่พบเห็น
2. ให้ข้อมูลเท็จกับลูกค้า
การให้ข้อมูลของสินค้าที่เกินจริง หรือเป็นเท็จนั้น เข้าข่ายการทำการค้าประเภทหลอกลวงผู้อื่นเลยทีเดียว โดยทั่วไปผู้ขายจะมุ่งหวังผลไปที่เงินทองเป็นหลัก ขอให้ขายได้เงินไว้ก่อนโดยที่ไม่แคร์ว่าคนที่ซื้อไปจะรู้สึกอย่างไร เช่น หากปลาสายพันธุ์A กำลังโด่งดัง และขายได้ราคา ผู้ขายอาจจะเอาปลาสายพันธุ์อื่นที่ตนเองมีอยู่มาแอบอ้างว่าเป็นปลาสายพันธุ์A เพื่อให้ขายได้ง่ายยิ่งขึ้น
การแก้ปัญหาแบบนี้ผู้ซื้อควรจะศึกษาสายพันธุ์ปลาที่ต้องการซื้อให้ดี ว่าปลาสายพันธุ์นั้น ๆ มีลักษณะเด่นอย่างไร จะช่วยให้ผู้ซื้อมีความสามารถในการตัดสินใจได้ดีและแม่นยำยิ่งขึ้น หรืออาจจะเลือกที่จะซื้อกับผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างดี ซึ่งทั้ง2วิธีนี้จะช่วยทำให้ลดโอกาสความผิดพลาดให้น้อยลงได้
3. ปิดบังข้อมูลหรือตำหนิของสินค้า
หลายครั้งที่ผู้ซื้อปลาทางอินเตอร์เน็ตมักจะประทับใจกับภาพถ่ายและข้อมูลที่ผู้ขายลงประกาศเอาไว้ อาจจะด้วยเหตุผลในด้านความไม่สะดวกในการเดินเพื่อไปชมปลาตัวจริง หรือไม่มีเวลาก็แล้วแต่ การติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์จึงเป็นทางเลือกเบื้องต้นที่สะดวกที่สุด หากเจอผู้ขายที่ดีมีจรรยาบรรณก็แล้วไป แต่หากเจอคนขายห่วย ๆ ที่จะเอาแต่เชียร์เพื่อขาย เอะอะอะไรก็บอกว่าดีไว้ก่อนล่ะก็นะ เห็นทีผู้ซื้อจะลำบากแน่ ๆ ซึ่งการตัดสินใจของผู้ซื้อโดยไม่ได้เห็นสินค้าชัด ๆ นั้นมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดข้อผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องตำหนิของสินค้า ซึ่งหากผู้ขายไม่บอกรายละเอียดที่ชัดเจน แน่นอน และถูกต้องแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะได้รับสินค้าคุณภาพต่ำมีสูงทีเดียว เช่น ปลาตัวนั้นอาจจะหางบิด ครีบเสีย เหงือกอ้า หรือกำลังป่วย หรือขาตู้ที่จะสั่งซื้ออาจจะผุกร่อนจวนเจียนล้มเพียงแค่มีคนจามใส่ ซึ่งทั้งหมดนี้รูปที่ถ่ายออกมาเป็นตัวอย่างอาจจะมองไม่เห็นในมุมนั้น ๆ ก็ได้
กรณีนี้แนะนำว่าทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ควรจะได้ไปเห็นสินค้านั้น ๆ ด้วยตัวคุณเอง ตรวจสอบในรายละเอียดให้รอบคอบ แต่หากด่วนตัดสินใจอะไรไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้ไปเห็นของด้วยตัวเองแล้วล่ะก็ ขอให้ทำใจไว้ว่าสินค้าอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการจริง ๆ ก็ได้(วัดดวงเอาว่างั้นเถอะ!) หรือหากไม่สะดวกจะไปดูสินค้าจริง ๆ ต้องสอบถามและเน้นย้ำถึงคุณภาพของสินค้าและการรับประกันเบื้องต้นให้ดีด้วยครับ
4. นัดดูสินค้าแล้วไม่มา
คราวนี้หันมาดูความอึดอัดใจของผู้ขายปลาหรือสินค้าทางอินเตอร์เน็ตกันบ้างครับ โดยปกติเมื่อผู้ซื้อสนใจสินค้าที่ทางผู้ขายลงประกาศไปแล้ว ทางผู้ซื้อก็จะเป็นฝ่ายติดต่อนัดหมายขอเข้ามาดูสินค้า ผู้ขายส่วนใหญ่ในอินเตอร์เน็ตก็มักจะเป็นการขายในรูปแบบปลาบ้าน คือไม่ได้เปิดเป็นร้านค้าให้อยู่เฝ้า 24 ชม. แบบเซเว่น-อิเลฟเว่น ดังนั้นการนัดหมายเวลาเข้ามาดูสินค้าที่จะขาย ก็จะเป็นเวลาที่ทั้ง2ฝ่ายสะดวก โดยผู้ขายอาจจะต้องยกเลิกกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อมารอลูกค้า ลูกค้าบางคนนัดหมายเวลาเอาไว้เที่ยง เอาเข้าจริง...บ่ายโมงก็แล้ว ...บ่าย2ก็แล้ว ...ผ่านไปจน 6โมงเย็นก็แล้ว ...ก็ยังไม่ยอมโผล่มาให้เห็น~!!! จะเข้ามาช้าหน่อย หรือติดธุระมาไม่ได้จริง ๆ จะกริ๊งกร๊างมาโทรฯมาบอกกันซักนิดซักหน่อยก็ไม่มี แบบนี้ก็เรียกว่าไม่ได้เห็นใจคนที่ต้องรอกันบ้างเลย หากผู้ขายมีเบอร์ของผู้ซื้อพอที่จะติดต่อสอบถามกันได้ก็ยังดี แต่อีกหลาย ๆ ทีที่ผู้ซื้อหายหัว เอ้ย! หายตัวไปเฉย ๆ แบบตามกันไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ไหวนะครับ ผู้ซื้อที่ดีและมีมารยาทหากจะมาสายหรือไม่มา ก็ควรโทรบอกผู้ขายกันล่วงหน้า อย่าลืมว่าหน้าที่การงาน และภารกิจต่าง ๆ นั้น คนอื่น ๆ เค้าก็มีกันทั้งนั้น
ในส่วนของผู้ขายที่ได้นัดหมายเวลากับลูกค้า แต่เมื่อถึงเวลาแล้วลูกค้าดันไม่มาแถมยังติดต่อไม่ได้อีก อันนี้ก็ขอแนะนำว่าถ้าเลยเวลานัดหมายไปนานแล้ว แต่ลูกค้าของคุณยังสาบสูญอยู่ล่ะก็ คุณมีภารกิจหรือหน้าที่การงานอะไรที่ต้องทำก็ออกไปทำซะเถอะครับ พวกเบี้ยวนัดมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ อย่าไปเสียเวลาคอยคนพวกนี้เลยครับ
5. จองสินค้าไว้แล้วไม่ยอมเข้ามาเอา
การซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต บ่อยครั้งครับที่สินค้าของคุณอาจจะเข้าตาคนหลาย ๆ คน ลูกค้าบางคนที่อยากได้สินค้าของคุณมาก ๆ แล้วกลัวว่าคุณจะขายให้คนอื่นไปซะก่อนก็จะขอทำการจองเอาไว้ แล้วก็นัดแนะว่าวันนั้น-วันนี้จะเข้าไปเอา พอลูกค้าคนอื่น ๆ โทรมาคุณก็จะต้องปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ว่ามีคนจองแล้ว พอถึงวันนัดหมายผู้จองดันกลายเป็นคนไม่มีตัวตนไปซะหยั่งงั้น ...อยู่ ๆ หายไปเฉย ๆ !!! แทนที่คุณจะได้ขายให้มันจบ ๆ ไป กลายเป็นการตัดโอกาสทางการขายไปในบันดล
คำแนะนำคือ ไม่ต้องไปรับจองครับ!!! ใครมาก่อนได้ก่อน ใครพร้อมที่จะซื้อจริง ๆ ค่อยว่ากัน ไม่เช่นนั้นจะผู้ขายอาจจะกลายเป็นเหยื่อของพวกหวงก้างก็ได้ พวกนี้เวลาจองจะพูดจาหนักแน่น(เอาแน่ครับ...เอาแน่ ๆ !!!) แต่เวลาจ่ายจะอ่อนปวกเปียกมาก ๆ (ยังไม่ว่างเลยครับ / ยังไม่สะดวกครับ) หรือไม่งั้นก็ให้ผู้ซื้อโอนเงินค่าสินค้ามาก่อนเป็นการมัดจำ จะให้โอนมาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งของราคาสินค้าก็แล้วแต่การเจรจาตกลงกัน ที่สำคัญอย่าลืมตกลงกันให้ดีด้วยว่าเงินมัดจำที่จ่ายจะรักษาสิทธิการจองในระยะเวลาเท่าไหร่ ...3วัน ...5วัน หรือ ...7วัน ก็ว่ากันไป (...ไม่งั้นระวังจะเจอแบบมัดจำแค่200 แต่พี่ท่านเล่นฝากสินค้าไว้ซะ 2เดือน~!!!)
6. ให้โอนเงินก่อนแต่ไม่ได้รับสินค้า
เคสนี้เคยมีคนถึงขั้นต้องวิ่งโร่เข้าโรงพักแจ้งความกับตำรวจกันมาแล้ว เมื่อมีบุคคลที่อ้างตัวว่ามีสินค้าชนิดนู้นชนิดนี้ ขายในราคาเท่านี้ ๆ ๆ หากผู้ซื้อต้องการสินค้าให้โอนเงินเข้ามาแล้วจะทำการจัดส่งไปให้(อาจจะอ้างว่าอยู่คนละจังหวัดกับผู้ซื้อ) เมื่อผู้ซื้อหลงเชื่อก็จะแจ้งที่อยู่พร้อมโอนเงินค่าสินค้าไปให้ แล้วก็ไขว่ห้างกระดิกเท้ารอสินค้าอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป...เหตุไฉนสินค้าจึงไม่มาถึงมือซะที? เมื่อเกิดอาการเอะใจ เลยโทรไปหาผู้ขาย ปรากฎว่าทางผู้ขายปิดเบอร์นั้นทิ้งไปเลย หรือไม่ก็ทำเป็นไม่รับสาย ทำให้ติดต่อไม่ได้ซะงั้น!!! คราวนี้แหล่ะครับ ความเครียดถึงเริ่มเกิด ที่เคยเอาเท้าไขว่ห้างกระดิกไว้รอรับสินค้าอาจจะต้องเอามาก่ายหน้าผากโดยไม่รู้ตัว เจอแบบนี้ทั้งเจ็บใจ ทั้งโมโห ทั้งเสียดายเงิน
การป้องกันตัวเองจากผู้หวังร้ายอันไม่ประสงค์จะออกนามเช่นนี้ คงจะต้องตรวจสอบกันให้ดีว่าบุคคลที่เราจะทำการโอนเงินไปให้มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนโดยอาจจะดูจากประวัติการลงประกาศซื้อขายที่ผ่านมา ส่วนสลิปการโอนเงินก็ควรเก็บไว้ให้ดีเพราะอาจจะใช้เป็นหลักฐานได้
7. สับเปลี่ยนสินค้าตามที่ได้ตกลงซื้อขายกันไว้
ในบางครั้งที่มีผู้ขายลงประกาศขายปลาเอาไว้พร้อมมีรูปประกอบ เมื่อเราติดต่อสอบถามและตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย วันที่นัดรับปลากลับได้มาเป็นอีกตัวที่ไม่ใช่ตัวเดียวกับที่เราต้องการ ถ้ามองในแง่ดีกรณีนี้อาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการจัดส่งซึ่งโดยมากจะเครียส์กันได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเกิดจากความตั้งใจของผู้ขายที่ต้องการหลอกลวงผู้ซื้อโดยการนำปลาสวย ๆ โชว์ตัวนึงเพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความสนใจ แล้วส่งปลาตัวอื่นมาให้แทน แม้จะเป็นปลาครอกเดียวกันหรือลักษณะคล้ายกันก็ตาม การกระทำแบบนี้ก็ถือว่าไม่ถูกต้องและไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้า ถึงแม้จะเป็นปลาในครอกเดียวกัน รูปร่าง ลักษณะรวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ มันก็ไม่เหมือนกัน
วิธีที่ชัวร์ที่สุดที่เราจะไม่โดนลูกเล่นแบบนี้คือ ถ้าเป็นปลาก็ไปดูปลาด้วยตัวเอง สอบถาม พูดคุย และตัดสินใจกันหน้าตู้เลยจะดีที่สุด ถ้าเป็นอุปกรณ์ก็ตรวจสอบคุณภาพหรือจำนวนของสินค้าให้ดีว่าตรงตามที่ได้ตกลงในการซื้อขายกันไว้หรือไม่ หากสามารถทดลองสินค้าได้ก็ยิ่งดี
8. ตกลงซื้อขายกันแล้ว แต่โดนคนอื่นซื้อตัดหน้าไปก่อน
ในกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้ตกลงทำการซื้อขายกันเป็นที่เรียบร้อย หากผู้ขายรับคำยินยอมในการรับจองสินค้ากันไปแล้ว ไม่ว่าจะเรียกเก็บเงินมัดจำหรือไม่ก็ตาม มันก็เป็นเหมือนคำมั่นสัญญาที่ให้กันไว้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้อต้องมาทำการรับสินค้าและจ่ายค่าสินค้าให้ครบถ้วนตามกำหนดเวลาที่นัดหมายกันไว้ ในทางกลับกันถ้าหากยังอยู่ในช่วงระยะเวลาที่นัดหมายกันไว้ทางผู้ขายก็ไม่ควรที่จะนำสินค้านั้น ๆ นำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้อื่น ยกเว้นแต่ว่าจะเลยกำหนดที่นัดหมายกันเอาไว้แล้ว โดยมากผู้ขายที่ต้องลงรับจองสินค้าจากลูกค้าคนหนึ่งแล้ว ยังคงเอาสินค้าตัวเดิมไปขายให้คนอื่น ๆ เนื่องจากได้ราคาที่ดีกว่า หรือได้เงินเร็วกว่า ซึ่งถือว่าผิดมารยาทในการขายอย่างมาก
ปัญหาแบบนี้จริง ๆ คนซื้ออาจจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย เพราะเป็นความเห็นแก่ตัวของคนขาย ดังนั้นสิ่งที่ควรจะแก้ไขคือ มารยาท คุณธรรมและจรรยาบรรของผู้ขาย
9. นัดรับ-ส่งสินค้าแล้วไม่มาตามนัด
หลายครั้งหลายหนที่ผมมักจะได้ยินเสียงบ่นว่า มีลูกค้าสั่งซื้อปลาแล้วนัดให้เอาไปส่งที่นู้นที่นี่ ปรากฎว่าลูกค้าดันไม่มาตามนัด ปล่อยให้หิ้วถุงปลาไปรอเก้อ หรือ สั่งซื้อปลาไว้ แล้วนัดเจอกันที่นู้นที่นี่เพื่อรับปลา ปรากฎว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้ว คนขายไม่ยอมเอาปลามาส่งให้ตามที่ได้ตกลงกันไว้
การนัดหมายเพื่อรับ/ส่งปลานอกสถานที่นั้น ต้องอาศัยความเชื่อใจกันพอสมควร แต่ก็เพราะความเชื่อใจนี่แหล่ะที่ทำให้ต้องออกไปรอเก้อ
ทางที่ดีในวันนัดรับส่งปลา ก่อนที่จะออกเดินทางคุณควรจะโทรยืนยันกันอีกครั้ง ทั้งเรื่องจุดนัดหมาย เวลา และค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันความผิดพลาดในกรณีที่อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะลืม หรือไม่ว่างกระทันหัน(แต่ไม่โทรมาบอก)
10. ปลาตาย/สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง
โดยปกติปลาหมอสีครอสบรีดค่อนข้างจะเป็นปลาที่มีความอดทนสูง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิต คำว่าตายมันอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ หรือกระทั่งอุปกรณ์ประกอบการเลี้ยงปลาต่าง ๆ ก็มีสิทธิที่จะเสียหายได้ตลอดเช่นกัน ในกรณีที่ปลาหรือสินค้ามีปัญหาก่อนที่จะส่งมอบให้จนถึงมือลูกค้า ทางผู้ขายต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่หากสภาพปลาหรือสินค้ายังดีอยู่ เมื่อได้พบกับลูกค้าแล้วควรจะให้ทำการตรวจเช็คพร้อมกันทั้ง2ฝ่าย เพื่อยืนยันว่าปลาหรือสินค้าอื่น ๆ ยังปกติดีทุกอย่าง และเมื่อส่งมอบไปเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความถึงลูกค้าได้ตรวจสอบแล้วว่าสินค้าที่สั่งไว้ถูกต้องตามข้อตกลง การรับผิดชอบหลังจากนั้นเป็นเรื่องของลูกค้า ส่วนในการส่งแบบอื่น ๆ เช่นเครื่องบิน , รถไฟ , รถทัวร์ หรือการฝากส่งในระยะทางไกล ๆ แล้วปลาหรือสินค้าเสียหายระหว่างการส่ง ผู้ขายอาจจะแสดงความรับผิดชอบไปเลยก็ได้ หรืออาจจะอยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงอื่น ๆ เช่น หากปลาตายเพราะการจัดส่งไม่ดีทำให้ถุงแตก อันนี้ผู้ขายควรจะรับผิดชอบคืนค่าสินค้าทั้งหมดให้ลูกค้า เพราะเป็นผู้ขายดูแลการแพ๊คถุงเอง แต่ถ้าตามแบบที่เป็นอุบัติเหตุหรือสุดวิสัยจริง ๆ ผู้ซื้อและผู้ขายอาจจะแสดงความมีน้ำใจโดยแบ่งกันจ่ายคนละครึ่งก็ด้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ข้อตกลงที่ได้คุยกันไว้ล่วงหน้าแหล่ะครับ
11. พบตำหนิ/ปัญหาหลังจากที่ซื้อขายกันจบลงไปแล้ว
หลังจากที่มีการซื้อขายและส่งมอบกันจนเสร็จสิ้น ผู้ซื้อควรจะตรวจสอบสินค้าให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำหนิปลา คุณภาพสินค้า จำนวนของที่สั่ง โดยหากเจอจุดตำหนิหรือปัญหาใด ๆ ก็ควรจะแจ้งให้ผู้ขายได้รับทราบเพื่อให้เจ้าของได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดและแสดงความรับผิดชอบ เพราะเมื่อคุณได้รับสินค้าไปเรียบร้อย หากปลาหรือสินค้ามีปัญหาอะไรขึ้นมาหลังจากนี้ปลาอยู่ในมือใคร คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบแล้วล่ะ จะให้ใครเค้ามารับผิดชอบให้ก็ลำบาก เพราะถ้ามองกันแบบยุติธรรมทั้ง2แง่ ต่างฝ่ายอาจจะต่างคิดได้ดังนี้....
<ผู้ขาย>.....หากผู้ขายมั่นใจว่าปลาหรือสินค้าที่ส่งไปไม่มีปัญหา แล้วอยู่ ๆ มันมีความผิดปกติไป ก็แสดงว่าระหว่างที่อยู่ในมือผู้ซื้อ ผู้ซื้อไปทำอะไรให้มันผิดปกติ กระทบกระเทือนหรือเสียหายเข้าซักอย่าง???
<ผู้ซื้อ>.....หากผู้ซื้อมั่นใจว่าปลาหรือสินค้าที่รับมามีปัญหามาตั้งแต่ต้นก่อนที่จะได้รับสินค้าแน่นอน โดยที่เมื่อรับสินค้ามาแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ ให้เกิดความผิดปกติใดใดกับสินค้า นั่นแสดงว่าสินค้ามีปัญหามาจากผู้ขายอยู่แล้ว!!!!
ถ้าต่างฝ่ายต่างก็มองว่าตัวเองถูก คราวนี้แหล่ะครับ เครียส์ให้จบสวย ๆ เห็นท่าจะยาก ดังนั้นยอมเสียเวลาซักนิดเพื่อความสบายใจของทั้ง 2ฝ่ายดีกว่าครับ
เรื่องราวเกี่ยวกับข้อพึงระวังในการซื้อขายปลาผ่านอินเตอร์เน็ตยังมีให้อ่านกันอีกหลายหัวข้อ แต่คงต้องยกยอดไว้ต่อตอนหน้าแล้วล่ะครับ
อย่างไรซะ ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่าการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ตมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจให้ดีก่อนทำการซื้อ-ขายทุกครั้งนะครับ